================================================== -->

เว็บ บา คา ร่า ขั้น ต่ํา 1 บาท 1️⃣2021

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด พรรคเพื่อไทย ขาดทักษิณไม่ได้ ตามคำพูดของ เต้น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช) เป็นความจริงเสียยิ่งกระไร ไหนใครลองบอกว่าเพื่อไทยต้องก้าวข้ามทักษิณ ต้องปฏิเสธทักษิณ มีหวังไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สสกันพอดี จริงมั้ย? ๐

  • เยี่ยมชมบล็อก:462122
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 485
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-09-25 10:20:40
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

นายพุ่มถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พศ2490 เมื่ออายุ 70 ปี ด้วยอาการหัวใจวาย ขณะที่พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์เสด็จไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ศพของนายพุ่มยังคงฝังอยู่ ณ สุสานใกล้บ้าน ของพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์

ที่เก็บบทความ

2015(234)

2014(641)

2013(778)

2012(367)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: การเงินหุ้นจีน

เกม บา คารา, ตำรวจรถไฟหาดใหญ่ตรวจยึดยาบ้า 2 แสนเม็ด มูลค่าประมาณ 24 ล้านบาท ถูกขนมากับขบวนรถไฟกรุงเทพฯ-ยะลา พร้อมรวบ สตทสังกัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษยะลาที่มารับของ อ้างเพื่อนที่เป็นทหารพรานจ้าง 1 แสนโดยที่ตัวเองไม่รู้ว่าเป็นอะไร มีรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจรถไฟหาดใหญ่ นำโดย พตทชาญศราวุธ แสงอรุณ สารวัตรสถานีตำรวจรถไฟหาดใหญ่ กก3 บกตำรวจรถไฟ, รตตเติมเต็ม กีตา รองสารวัตร ร่วมกับกำลัง อสรถไฟหาดใหญ่ จับกุมยาบ้าล็อตใหญ่จำนวน 2 แสนเม็ด มูลค่าประมาณ 24 ล้านบาท ซึ่งถูกลักลอบขนมากับรถไฟสายใต้ขบวนรถด่วนพิเศษ 41 กรุงเทพฯ-ยะลา โดยซุกซ่อนมาในกล่องโทรทัศน์ขนาด 40 นิ้ว จำนวน 20 มัด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจพบขณะถึงปลายทางที่สถานีไฟ จยะลา และมี สตทวีรยุทธ ฉางแก้ว ตำรวจสังกัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรยะลา มารับของ เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวเอาไว้ และนำกลับมาสอบสวนร่วมกับตำรวจกองปราบปรามและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลไปยังที่มาและขบวนการค้ายาบ้ากลุ่มนี้ จากการสอบสวน สตทวีรยุทธให้การเบื้องต้นว่า มีเพื่อนซึ่งเป็นทหารพรานอยู่ในพื้นที่ จนราธิวาส ขอให้มารับของที่ฝากมากับรถไฟขบวนนี้ โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 1 แสนบาท แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นอะไร มาทราบว่าเป็นยาบ้าก็เมื่อถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมขณะมารับของ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ได้ปักใจเชื่อ เนื่องจากพบพิรุธหลายอย่าง เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาบ้าล็อตนี้ ด้าน พตทชาญศราวุธเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลยาบ้าล็อตนี้ มีชายคนหนึ่งนำขึ้นรถไฟมาจากสถานีรถไฟบางซื่อ โดยวางไว้ที่ตู้ 2 ตรงเก้าอี้ 72 และเมื่อมาถึงสถานีรถไฟทุ่งสง จนครศรีธรรมราช ชายคนนี้ได้ลงจากรถ และวางกล่องกระดาษที่บรรจุยาบ้าเอาไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟหาดใหญ่และ อสรถไฟหาดใหญ่ประจำขบวนรถพบพิรุธ เพราะถูกวางไว้บนเก้าอี้ แต่ไม่มีเจ้าของ จึงตรวจดูก็พบว่าเป็นยาบ้า และรอจนถึงขบวนรถวิ่งสุดปลายทางที่สถานีรถไฟยะลา โดยเฝ้าจับตาว่าใครเป็นผู้มารับของ กระทั่งพบว่ามี สตทวีรยุทธเป็นผู้มาติดต่อรับของ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวเอาไว้ หลังจากนี้จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนขยายผลต่อไป เพราะเชื่อว่าเป็นขบวนการใหญ่ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมด้วย มีรายงานว่า ขณะนี้ต้นสังกัดได้มีคำสั่งให้ สตทวีรยุทธออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้บังคับบัญชาฐานปล่อยปละละเลยแม้วหวังมาเป่าคดีโกง มาร์คหวั่นประกาศสงคราม ความรุนแรงจะซ้ำรอยเดิม 14 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 00:01 น ไก่อู ยันรัฐบาลไม่รู้สึกอะไรที่ ทักษิณ ประกาศสงคราม ส่วน มาร์ค แฉเหตุต้องปลุกขวัญสาวก เพราะหวังกลับมาครองอำนาจเพื่อเป่าคดีและทวงเงินคืน เตือนรัฐระวังยุคมิคสัญญีหวนกลับมา เต้น แถเรื่องนายใหญ่ อ้างฝ่ายตรงข้ามยังก้าวข้ามไม่พ้น แสดงถึงนายเหลี่ยมยังมีพลัง สุริยะใส ชี้การเมืองเริ่มย่ำกับที่เอา-ไม่เอา แม้ว ปฏิรูปถูกหลงลืม สามมิตรแอ่นอกทำตามกรอบกฎหมาย ปชปแนะปลดล็อกลดเหลื่อมล้ำ เมื่อวันจันทร์ พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาประกาศไม่ยอมแพ้พร้อมระบุสงครามประชาธิปไตยยังไม่จบว่า ขอไม่วิพากษ์วิจารณ์เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่กว่า เอาเป็นว่าเรื่องนี้สังคมคงจะพิจารณาได้ และรัฐบาลก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชปและอดีตนายกฯ กล่าวในรายการต้องถาม ถึงความเคลื่อนไหวของนายทักษิณที่ประกาศทำสงครามว่า เป็นปฏิกิริยาที่ขณะนี้พรรคของนายทักษิณกำลังเผชิญกับปัญหาเรื่องการดูด และมีคนตั้งข้อสงสัยว่ายังสู้อยู่หรือไม่ จึงพยายามปลุกขวัญกำลังใจ แสดงตนว่าเป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพราะพื้นฐานพรรคเพื่อไทยยังมีความได้เปรียบอยู่ แต่หากประชาชนที่สนับสนุนเกิดความรู้สึกว่ายังสู้อยู่หรือไม่ อดีต สสแปรพักตร์เปลี่ยนไปก็อาจเกิดความไม่มั่นใจได้ และคงประเมินยากว่าคะแนนเสียงจะเป็นอย่างไร เพราะหากมีอดีต สสหรือผู้อุปถัมภ์ออกไปก็ต้องกระทบคะแนนเสียงไม่น้อย การปลุกขวัญกำลังใจจึงไม่ใช่เรื่องแปลก เป็นไปได้ยากที่นายทักษิณจะยอม เพราะยังมีผลประโยชน์อยู่มากกับการที่ฝ่ายของตัวเองจะอยู่ในอำนาจ รวมทั้งเรื่องคดีความ การนิรโทษกรรม และเอาทรัพย์สินที่ถูกยึดไปคืนมา ซึ่งผมเป็นห่วง 2 ประเด็น คือ 1ความเชื่อที่ว่าที่ทำมาทั้งหมดเป็นประชาธิปไตย แต่วิธีการที่ดำเนินการเมืองที่ผ่านมา มีความไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่เคารพเสียงข้างน้อยและทุจริต 2ที่พูดถึงเรื่องศึกสงคราม ทำคนกังวลว่าความรุนแรงจะกลับมาอีกหรือไม่ ถ้ามองในกรอบของศึกสงครามน่าเป็นห่วง ดังนั้นผู้มีอำนาจและจัดให้มีการเลือกตั้งต้องระวัง ที่จะไม่ทำลายการวางรากฐานของประชาธิปไตย นายอภิสิทธิ์กล่าวนายอภิสิทธิ์ยังระบุว่า อีกด้านของพรรคการเมือง โดยเฉพาะเพื่อไทยได้เรียนรู้หรือยังที่ประเทศมาถึงจุดนี้ ตั้งแต่เดือน พค57 มีปรากฏการณ์หลายอย่างที่นักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องทำให้สถานการณ์มาถึงจุดนี้ ทั้งนี้เมื่อครั้งที่เกิดเหตุชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ก็พยายามทำไม่ให้เกิดความรุนแรง มีการนำกองกำลังติดอาวุธมาต่อสู้กับรัฐ เราไม่ได้ประเมินสถานการณ์ต่ำ แต่เป็นสถานการณ์ที่ประเมินยากมากเพราะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้นสถานการณ์ขณะนี้ถ้าประชาชนลองย้อนกลับไปกว่า 10 ปี ตัดสินใจว่าไม่เอาประเทศกลับไปอยู่ในภาวะแบบนั้นอีกแล้ว เลือกตั้งครั้งหน้าก็ต้องให้ได้รัฐบาลที่มาจากวิถีทางประชาธิปไตย และ สวก็ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน และรัฐบาลต้องไม่เอาบ้านเมืองไปอยู่ในภาวะเหมือนก่อนปี 2549 และปี 2557 ถ้าเรียนรู้แบบนี้ก็คงดี ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช) เฟซบุ๊กไลฟ์ถึงกรณีให้สัมภาษณ์ประชาไทระบุไม่จำเป็นที่พรรคเพื่อไทย (พท) จะต้องก้าวข้ามนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นผู้มีคุณูปการมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย ว่าสำนักข่าวอย่างไทยโพสต์เอาไปขยายความบอกว่าสารภาพ ว่าพรรคเพื่อไทยขาดทักษิณไม่ได้ ซึ่งไม่ได้เป็นการสารภาพอะไรหรอก เพราะไม่ใช่คดีความ เป็นเรื่องความคิดเห็นเต้นแถเรื่องนายใหญ่ ผมก็พูดตรงๆ ครับว่าเรื่องอะไรจะไปก้าวข้ามทักษิณ ก็ขนาดฝ่ายตรงข้ามยังก้าวไม่ข้ามเลย ยังวนเวียนกับนายกฯ ทักษิณมาตลอด แสดงให้เห็นว่าฝ่ายตรงข้ามก็มองว่าทักษิณยังมีพลัง นี่จึงเป็นความจำเป็นของพรรคเพื่อไทยซึ่งต้องมีทักษิณ เพียงแต่จะบริหารจัดการพลังตรงนี้อย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามแนวทางของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง นายณัฐวุฒิกล่าว นายณัฐวุฒิยังกล่าวถึงกรณีนายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต สสพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) ได้โพสต์ตั้งคำถามว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้พวกคุณขาดทักษิณไม่ได้นั้น จริงๆ ก็ไม่ได้สนใจจะไปต่อปากต่อคำ เพราะชกกับใครก็เลือกชก แต่อยากตอบว่าทักษิณมีอะไรที่ขาดไม่ได้ คือ 1แนวคิด 2นโยบาย และ 3วิสัยทัศน์ระดับโลก คือมีทุกอย่างที่ ปชปเอาชนะไม่ได้ เปลี่ยนมา 3 หัวหน้าพรรคแล้วเรียบร้อยทุกราย คนในแวดวงการเมืองมองกันออก ขณะที่นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงบรรยากาศของการเตรียมการเลือกตั้งของพรรคการเมืองว่า นอกเหนือจากการชิงไหวชิงพริบของพรรคเก่าและใหม่ การดูด สส การจัดขั้วจัดข้างแล้ว แต่ยังมีประเด็นที่น่าสนใจคือการช่วงชิงการกำหนดวาระในการเลือกตั้ง เพราะจะเป็นจุดชี้ขาดผลการเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้มีการตีคู่ขนานกันของ 2 กระแส โดยกระแสหนึ่งเป็นกระแสต่อเนื่องมาคือการปฏิรูปประเทศ ซึ่งเป็นกระแสใหญ่ในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ ทำให้พรรคการเมืองหน้าใหม่ รวมทั้งพรรคการเมืองเดิมหลายพรรคเริ่มส่งสัญญาณชู และพูดเรื่องการปฏิรูปประเทศขึ้นมาบ้าง โดยเฉพาะพรรคที่ก่อตัวขึ้นใหม่ แต่ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งคือ ความพยายามชูวาระเอาทักษิณหรือเอาทหารขึ้นมาตีคู่ขนาน ซึ่งมีหลายพรรคที่พยายามจะผลักดันให้เป็นวาระชี้ขาดในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ถ้าเราทบทวนและกลับไปดูการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2550 และในปี 2554 หรือแม้กระทั่งการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็จะพบว่าอยู่ในวาระเอาทักษิณหรือไม่เอาทักษิณ พูดง่ายๆ ประเด็นทักษิณกลายเป็นประเด็นชี้ขาดในการเลือกตั้ง แต่หลังรัฐประหาร 22 พค57 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) หลายฝ่ายคิดว่าวาระนี้น่าจะหายไปจากการเลือกตั้ง แต่ขณะนี้กลับพบว่าวาระทักษิณเริ่มกลับมาเป็นกระแสที่ต้องจับตาอีกครั้งหนึ่งหลังนายทักษิณประกาศทำสงครามประชาธิปไตย ทำให้การเลือกตั้งที่จะถึงนี้มีสภาพที่อาจไม่ต่างไปจากการเลือกตั้งทั่วไป 2-3 ครั้งที่ผ่านมา นั่นคือทำให้การเลือกตั้งกลายเป็นเดิมพันระหว่างเอาหรือไม่เอาทักษิณอีกครั้ง นายสุริยะใสกล่าวอีกว่า ถ้าการเลือกตั้งที่จะถึงยังเป็นวาระนี้อยู่ ก็อาจทำให้การเลือกตั้งไม่ตอบโจทย์การเมืองที่ล้มเหลว และไม่สามารถก้าวออกไปจากหลุมดำของความขัดแย้งแตกแยก จึงเป็นหน้าที่และโจทย์ของบรรดาพรรคการเมือง รวมทั้งประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันทำให้การเลือกตั้งฝ่าข้ามกระแสทักษิณไปสู่กระแสการปฏิรูปประเทศที่แท้จริง ไม่เช่นนั้นการเลือกตั้งก็อาจยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการกอบกู้วิกฤตการณ์บ้านเมืองอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวังได้เลย สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรที่เดินสายรับฟังความเห็นประชาชน และล่าสุดนายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ระบุว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบไต่สวนข้อเท็จจริง ว่าจะเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่นั้น พลทสรรเสริญกล่าวว่า ทุกอย่างต้องว่าไปตามกฎหมาย เพราะทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นว่าใครทำผิดก็ว่าไปตามกฎหมายได้เลย ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลก็ไม่ได้ติดตามว่ากลุ่มสามมิตรไปทำอะไร แต่ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสชเคยย้ำเสมอว่ากฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ดังนั้นหากมีกฎกติการะบุว่าห้ามทำอะไร โดยพรรคการเมืองหรือโดยกลุ่มการเมืองก็ต้องห้ามทำ ซึ่งจะถูกหรือไม่ถูกก็ต้องไปดูหลักเกณฑ์ในข้อกฎหมาย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องเป็นผู้ดำเนินการ หาก กกตเห็นว่าไม่เหมาะก็ต้องไปดำเนินคดีสามมิตรลั่นไม่ผิดกฎหมาย นายดร งามธุระ ที่ปรึกษากฎหมายกลุ่มสามมิตรยืนยันว่า การดำเนินกิจกรรมของกลุ่มนั้นสามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบของกฎหมาย เพราะกลุ่มสามมิตรไม่ได้มีสภาพเป็นพรรคการเมืองตาม พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองปี 2560 การลงพื้นที่เป็นเพียงแต่ไปรับฟังปัญหาของชาวบ้าน แล้วเรามาหาทางช่วย ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี อีกทั้งการที่เราได้มาลงพื้นที่รับฟังปัญหาของผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทำให้ได้รับข้อมูลปัญหาที่แท้จริง และจะได้สะท้อนปัญหาไปถึงรัฐบาลให้แก้ไขความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ กลุ่มสามมิตรไม่เคยไปเสนอให้หรือสัญญาว่าจะให้ประโยชน์อื่นใดไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เป็นเพียงการไปพบปะพี่น้องประชาชน และสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลให้เกิดความปรองดองของคนในชาติ ทำให้คนไทยรักกัน ไม่แบ่งฝักฝ่าย จึงไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใด นายดรย้ำ นายดรระบุด้วยว่า การดำเนินกิจกรรมของกลุ่มสามมิตรไม่เป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง คสชที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน เพราะ พลทธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาคที่ 2 (กกลรสทภ2) เคยระบุว่าสถานการณ์ทางการเมืองในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเรื่องปกติที่นักการเมืองในพื้นที่ต้องพบปะกันทุกฝ่ายอยู่แล้ว เพราะทุกคนก็เป็นคนไทยด้วยกัน เป็นพี่เป็นน้องกัน มีความรักความสามัคคี อยากเห็นบ้านเมืองเดินหน้าไปได้ การไปพบปะพูดคุยกันก็เป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะไปกี่กลุ่มกี่คนก็ทำได้ทั้งนั้น เพราะไม่ได้ไปทำผิดกฎหมาย ไปเสริมสร้างให้คนรักกันชอบกัน สนับสนุนแนวทางการทำงานของรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ก็สามารถทำได้ ซึ่งตรงกับแนวทางการทำงานของกลุ่มสามมิตรที่มีเจตนาบริสุทธิ์ ในการไปลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ไม่ได้ไปเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไปสร้างความวุ่นวายแก่บ้านเมือง หากนายศุภชัยหรือ คสชมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมอย่างใดแล้ว กลุ่มสามมิตรพร้อมไปให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มสามมิตรได้ตลอดเวลา นายดรกล่าว นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีนี้ว่า กลุ่มสามมิตรยังไม่ใช่พรรคการเมืองก็อ้างได้ การไปฝ่าฝืนละเมิดข้อห้ามพรรคการเมืองจึงใช้กับเขาไม่ได้ แต่ทำไม กกตออกมาพูดเรื่องนี้ ทั้งที่จริงๆ เป็นเรื่องของ คสช ซึ่งอาจมองได้ว่าทำไม คสชไม่ทำอะไร จะส่งผลต่อความเป็นธรรมในการเลือกตั้ง และการเคลื่อนไหวกลุ่มสามมิตรใครก็มั่นใจว่าไปจบที่พรรคการเมืองอยู่แล้ว กกตจึงต้องออกมาเตือน คงต้องดูว่าการกระทำของกลุ่มสามมิตรจะถูกครอบงำจากคนนอกเหมือนนายทักษิณหรือไม่ ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการไม่ปลดล็อกให้ความเท่าเทียมกันของการทำกิจกรรม ซึ่งเคยเสนอว่าทำไมไม่กำหนดกิจกรรมที่ทำได้ จึงเกิดปัญหาว่าพรรคการเมืองที่ยังไม่ตั้งพรรคก็ไปทำกิจกรรมได้ โดยอ้างว่ายังไม่ใช่พรรคการเมือง แต่พรรคที่เป็นพรรคการเมืองแล้วกลายเป็นทำอะไรไม่ได้เลย นายอภิสิทธิ์กล่าว นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวเช่นกันว่า กกตตกเป็นหนังหน้าไฟ จะไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้ โดยต้องมองข้อกฎหมายเรื่องนี้เป็น 2 อย่าง สำหรับกฎหมายพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองที่ยังไม่เป็นพรรคการเมืองอาจไม่ผิด แต่ถ้าเป็นพรรคการเมืองคงมีปัญหา แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็มีปัญหา นั่นคือขัดคำสั่ง คสชที่ไม่ให้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองใดๆ เกิน 5 คน ในขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่า การไปทาบทามสมาชิกนั้นถือว่าไม่เป็นไร เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและตีความยาก จึงกลายเป็นว่า กกตเป็นหนังหน้าไฟไป ตกอยู่ในสภาวะที่อยู่ยาก ไม่ทำอะไรก็ไม่ได้ ทำก็อาจจะมีปัญหาได้แล้วยังอยู่ในช่วงท้ายที่กำลังจะหมดวาระ น่าเห็นใจ ถ้า กกตไม่ทำอะไรเลยปัญหาก็จะไหลไปที่ คสช ผมมองว่าเป็นการปรามมากกว่า แต่ถ้ายังฝืนทำกันต่อไปจะเป็นปัญหาทั้งองค์รวมในอนาคต ไม่เป็นผลดีแก่ทุกฝ่าย ดังนั้นอีกไม่กี่วันจะได้คลายล็อกกันแล้วเพื่อให้ไปต่อกันได้ ดังนั้นคิดว่าน่าจะเบาๆ ลงกันหน่อยก็ดีเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นกลายเป็นว่าอีกข้างทำได้ อีกข้างทำไม่ได้ มันจะลักลั่นกัน คงไม่ดีต่อทุกๆ คน รอให้เขาคลายล็อกแล้วทุกๆ คนดำเนินการกันไปอย่างเสมอกัน นายนิกรกล่าว จตุพร เตรียมเดินสาย วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปชกล่าวว่าอยู่ระหว่างหารือแกนนำ นปช เตรียมจะเดินทางไปเยี่ยมเยียนพี่น้องคนเสื้อแดงที่ยังถูกคุมขังในคดีชุมนุมทางการเมือง ตามเรือนจำในหลายจังหวัดภาคอีสานและภาคอื่นๆ เพื่อต้องการไปให้กำลังใจ เพราะติดคุกมาเข้าใจ เหมือนไปต่อลมหายใจให้เขา เป็นห่วงสภาพจิตใจ คนที่อยู่ข้างในกับข้างนอกมันคนละเรื่องกันเลย สำหรับช่วงเวลาที่จะเดินทางไปนั้นยังไม่กำหนดแน่ชัด แต่ก่อนไปจะแจ้งให้ คสชทราบ ยืนยันว่าไม่ใช่การเคลื่อนไหว ไม่มีนัยทางการเมือง ส่วนกรณีจาการ์ตาโพสต์ลงบทความวิจารณ์ว่ารัฐบาล พลอประยุทธ์ไม่เหมาะสมที่จะเป็นประธานอาเซียนนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นของผู้เขียน ส่วนจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่นั้น ไม่มีใครยืนยันหรือปฏิเสธได้ แต่เท่าที่ทราบขณะนี้ไม่มีแนวคิด ไม่มีการเคลื่อนไหวในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ออกมาต่อต้านไม่ให้ไทยเป็นประธานอาเซียน ซึ่งรัฐบาลควรพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยแสดงวิสัยทัศน์ของไทยอย่างชัดเจนว่าบทบาทของอาเซียนในอนาคตจะเป็นอย่างไร และรัฐบาลที่มาหลังการเลือกตั้งก็ควรจะแสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเช่นกัน เพราะจะต้องรับตำแหน่งประธานอาเซียนด้วย นายวัชระ เพชรทอง อดีต สสประชาธิปัตย์ ถามถึงความคืบหน้าคดีการล้มประชุมอาเซียนซัมมิตครั้งที่แล้วที่ จชลบุรี ว่าคดีอืดยิ่งกว่าเรือเกลือ ยังพายวนอยู่กับที่ไม่ได้ไปไหนเลย ทั้งที่ผ่านมาเกือบจะครบทศวรรษแล้ว ปีหน้าหากผู้นำอาเซียนถามถึงเรื่องนี้ พลอประยุทธ์หรือผู้เป็นนายกฯ จะตอบว่าอย่างไร นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิก พทกล่าวถึงกรณีนายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกฯ เชื่อว่า พลอประยุทธ์สามารถเป็นประธานอาเซียนได้โดยไร้ปัญหาว่า ระวังลูกศิษย์จะขาดความเชื่อถือและหมดศรัทธาที่ไปให้คำปรึกษาที่ผิดๆ เพราะถ้าการรัฐประหารไม่ใช่ประเด็น ทำไมโลกถึงล้อมประเทศไทย ซึ่งไม่ใช่วิธีการให้คำปรึกษาที่ถูกต้อง ระวังจะพากันลงเหว รทหญิง สุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิก พทกล่าวว่า ก่อนที่ พลอประยุทธ์จะไปทำหน้าที่ประธานอาเซียน ควรต้องลดเงื่อนไขที่จะทำให้โดนโลกประณามเสียก่อน โดยเฉพาะประเด็นการเบี้ยวเลือกตั้งหลายครั้งหลายหน ตลอดจนพฤติกรรมการละเมิดสิทธิมนุษยชนและความเป็นเผด็จการ ซึ่งวิธีเคลียร์ตัวเองที่ง่ายที่สุดคือ เลิกยื้อเลือกตั้งแล้วรีบปลดล็อกทางการเมืองทันที และต้องเปิดพื้นที่ให้สังคมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น บา คา ร่า ฝาก ผ่าน วอ เลท ตำรวจรถไฟหาดใหญ่ตรวจยึดยาบ้า 2 แสนเม็ด มูลค่าประมาณ 24 ล้านบาท ถูกขนมากับขบวนรถไฟกรุงเทพฯ-ยะลา พร้อมรวบ สตทสังกัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษยะลาที่มารับของ อ้างเพื่อนที่เป็นทหารพรานจ้าง 1 แสนโดยที่ตัวเองไม่รู้ว่าเป็นอะไร มีรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจรถไฟหาดใหญ่ นำโดย พตทชาญศราวุธ แสงอรุณ สารวัตรสถานีตำรวจรถไฟหาดใหญ่ กก3 บกตำรวจรถไฟ, รตตเติมเต็ม กีตา รองสารวัตร ร่วมกับกำลัง อสรถไฟหาดใหญ่ จับกุมยาบ้าล็อตใหญ่จำนวน 2 แสนเม็ด มูลค่าประมาณ 24 ล้านบาท ซึ่งถูกลักลอบขนมากับรถไฟสายใต้ขบวนรถด่วนพิเศษ 41 กรุงเทพฯ-ยะลา โดยซุกซ่อนมาในกล่องโทรทัศน์ขนาด 40 นิ้ว จำนวน 20 มัด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจพบขณะถึงปลายทางที่สถานีไฟ จยะลา และมี สตทวีรยุทธ ฉางแก้ว ตำรวจสังกัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรยะลา มารับของ เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวเอาไว้ และนำกลับมาสอบสวนร่วมกับตำรวจกองปราบปรามและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลไปยังที่มาและขบวนการค้ายาบ้ากลุ่มนี้ จากการสอบสวน สตทวีรยุทธให้การเบื้องต้นว่า มีเพื่อนซึ่งเป็นทหารพรานอยู่ในพื้นที่ จนราธิวาส ขอให้มารับของที่ฝากมากับรถไฟขบวนนี้ โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 1 แสนบาท แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นอะไร มาทราบว่าเป็นยาบ้าก็เมื่อถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมขณะมารับของ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ได้ปักใจเชื่อ เนื่องจากพบพิรุธหลายอย่าง เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาบ้าล็อตนี้ ด้าน พตทชาญศราวุธเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลยาบ้าล็อตนี้ มีชายคนหนึ่งนำขึ้นรถไฟมาจากสถานีรถไฟบางซื่อ โดยวางไว้ที่ตู้ 2 ตรงเก้าอี้ 72 และเมื่อมาถึงสถานีรถไฟทุ่งสง จนครศรีธรรมราช ชายคนนี้ได้ลงจากรถ และวางกล่องกระดาษที่บรรจุยาบ้าเอาไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟหาดใหญ่และ อสรถไฟหาดใหญ่ประจำขบวนรถพบพิรุธ เพราะถูกวางไว้บนเก้าอี้ แต่ไม่มีเจ้าของ จึงตรวจดูก็พบว่าเป็นยาบ้า และรอจนถึงขบวนรถวิ่งสุดปลายทางที่สถานีรถไฟยะลา โดยเฝ้าจับตาว่าใครเป็นผู้มารับของ กระทั่งพบว่ามี สตทวีรยุทธเป็นผู้มาติดต่อรับของ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวเอาไว้ หลังจากนี้จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนขยายผลต่อไป เพราะเชื่อว่าเป็นขบวนการใหญ่ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมด้วย มีรายงานว่า ขณะนี้ต้นสังกัดได้มีคำสั่งให้ สตทวีรยุทธออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้บังคับบัญชาฐานปล่อยปละละเลย กลางแบบ มัชฌิมาปฏิปทา หรือแบบ ทางสายกลาง ที่ถูกนำมาเสนอไว้เป็นแบบอย่าง แนวทาง จึงเป็นกลางในแบบที่ต้องอาศัยสิ่งที่เหนือไปกว่าสัญชาตญาณดิบอย่างชนิดเยอะแยะ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ความมีเหตุ-มีผล, ประสบการณ์และวุฒิภาวะ ไปจนถึงสิ่งที่เรียกว่า คุณธรรม อันประกอบไปด้วยธรรมะในแต่ละรูป แต่ละแบบ ที่ต้องพยายามหล่อหลอมขึ้นมาภายในตัวของตัวเอง หรือ จิตสำนึก ของตัวเองให้จงได้ และด้วยแบบอย่าง แนวทาง การสอน การเสนอแนะ ไปจนถึงการฝึก การปฏิบัติ กันแบบจริงๆ จังๆ นั่นเอง โอกาสที่จะนำไปสู่สภาวะ ย่อมได้คนดีพอต่อบ้านเมือง มันถึงจะเป็นไปได้

สืบพงษ์ เดินหน้าถอดกต หนังสือถึงมือ1,921ทั่นเปา 14 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 00:01 น ส่วนประเด็นภูชี้ฟ้า นักวิชาการ มกบอกไม่ใช่เรื่องใหม่ ชาวเขาอยู่ตามแนวสันเขา ปลูกบ้านตามแนวลาดชันเกาะไป เมื่อฝนตกน้ำไหลตามร่อง นานวันร่องน้ำใหญ่ขึ้น บ้านตามแนวสันเขาได้รับผลกระทบ หากทำระบบระบายน้ำไม่ดีพอ ไม่มีการกระจายน้ำออกเกิดดินถล่ม หนักสุดยังมีพื้นที่ดอยแม่สลอง มีการปลูกบ้านริมสันเขา แม้เจอดินสไลด์เสียหาย ยังกลับไปสร้างใหม่บนพื้นที่เดิม เพราะไม่อยู่ในพื้นที่ควบคุมอาคาร อย่างไรก็ตาม มีหมู่บ้านชาวเขาที่น่าสนใจ คือ บ้านอาข่าป่ากล้วย จเชียงราย มีการจัดการน้ำที่ดีพอสมควร ทำกำแพงกันดินสไลด์ และใช้อิฐในการอนุรักษ์หน้าดิน เพื่อแก้ปัญหาดินถล่ม เว็บ 88888 สืบพงษ์ ร่อนหนังสือล่าชื่อเสนอถอดถอน กตถึงมือ 1,921 ผู้พิพากษาแล้ว คาดผู้ประสานงานเพิ่มเป็นกว่า 200 ศาลทั่วประเทศ 27 สคได้รู้มีผู้ร่วมลงชื่อเท่าไหร่ ส่ง กตวันรุ่งขึ้นทันที เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม แหล่งข่าวผู้พิพากษาระดับสูงในศาลยุติธรรมเปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีนายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 ได้เวียนหนังสือนำส่งขอให้เข้าชื่อกันถอดถอนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (กต) รายหนึ่งที่ถูกร้องมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมว่า ในศาลที่มีผู้ประสานงานทั้ง 17 ศาลนั้น ผู้ประสานงานจะไปพบกับผู้พิพากษาเพื่อส่งหนังสือ ส่วนที่มีการระบุว่าหนังสือยังไม่ถึงมือผู้พิพากษาบางส่วน เนื่องจากช่วงนี้ติดวันหยุดยาวหลายวัน จากที่เริ่มต้นเวียนหนังสือนำส่งเมื่อวันที่ 8 สค คาดว่าในสัปดาห์หน้าศาลที่มีผู้ประสานงานก็จะเริ่มส่งหนังสือถึงมีผู้พิพากษาที่ยังไม่ได้หนังสือ ทั้งนี้ มีรายงานว่านอกจากการส่งหนังสือไปยังศาลที่มีผู้ประสานงานแล้ว นายสืบพงษ์ยังได้ส่งหนังสือถึงผู้พิพากษาเป็นรายบุคคล 1,921 ชุด ซึ่งก็คาดว่าจากเดิมที่มีผู้ประสานงาน 17 ศาลทั่วประเทศ ในสัปดาห์หน้าอาจจะมีผู้พิพากษาที่มีความสนใจช่วยเหลือเข้ามาเป็นผู้ประสานงานเพิ่มมากขึ้นในกว่า 200 ศาลทั่วประเทศ และเชื่อว่าในสัปดาห์หน้าจะมีจดหมายตอบกลับหนังสือนำส่งจากผู้ประสานงานและผู้พิพากษาทั้ง 1,921 คนมายังนายสืบพงษ์ จากนั้นจะรวบรวมรายชื่อเพื่อยื่นต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมในวันที่ 28 สคนี้ แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า จำนวนตัวเลขผู้พิพากษาที่เข้าชื่อขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ โดยคาดว่านายสืบพงษ์จะเปิดเผยในวันที่ 27 สคนี้ ซึ่งเป็นวันนับรายชื่อก่อนเสนอเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการส่งหนังสือเวียนขอให้เข้าชื่อกันถอดถอน กตศาลฎีกาในกรณีดังกล่าวนี้ พบว่าผู้พิพากษาแม้จะทราบข่าวแต่หลายรายยังไม่ได้รับหนังสือ มหรรณพ แฉเมกปั่นกระแสค้านแก้ พรปกกต ยอดพรวดหลักแสนที่แท้มาจากไอพีแอดเดรสเดียว ล้มกระดานผู้ตรวจการเลือกตั้ง สนชทำท่าไปต่อลำบากส่อถอย สะพัด! วิปล็อบบี้ขอให้ทบทวน หวั่นเข้าทาง สสอ้างเป็นบรรทัดฐานแก้ กมลูก รื้อคดีอาญานักการเมือง-เลิกไพรมารีโหวต พทไม่พลาดยื่นเอาผิด 36 สนชทำผิด รธน มีความเคลื่อนไหวของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) ต่อการแก้ไข พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ในเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้ง ที่มีกระแสคัดค้านไม่เห็นด้วยในวงกว้าง โดยเมื่อวันจันทร์ นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สนช กล่าวถึงกรณีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเรื่องการเสนอแก้ไข พรปดังกล่าว ที่มีประชาชนมากกว่า 1 แสนความเห็นแสดงความไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวว่า ได้ตรวจสอบโดยได้รับคำยืนยันจากฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภาแล้วว่า คะแนนไม่เห็นด้วยกว่า 1 แสนความเห็นที่ไม่สนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย กกตนั้น มาจากไอพีแอดเดรสเดียวกัน เป็นลักษณะการใช้เทคโนโลยีเข้ามาใช้ปั่นคะแนน ไม่ทราบว่าเป็นฝ่ายใดทำและมีเจตนาเพื่ออะไร แต่แสดงถึงความผิดปกติในการลงคะแนน นายมหรรณพกล่าวว่า การพิจารณาแก้ไข พรปกกตครั้งนี้ไม่ได้ยึดจำนวนคะแนนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเป็นเกณฑ์สำคัญ เพราะเป็นการดำเนินการตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ที่ให้ทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นจากประชาชนเมื่อมีการเสนอกฎหมายต่างๆ ดังนั้นจะดูจากความคิดเห็นของประชาชนเป็นหลักเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาต่อไป จำนวนคะแนนไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะไม่ใช่การทำประชามติที่ยึดเอาจำนวนคะแนนเป็นเกณฑ์ กรณีนี้เป็นการทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นของประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ใช่การนับจำนวนคะแนน ส่วนการแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำรุนแรง ไม่สุภาพ เราไม่ถือสา เป็นการสะท้อนให้เห็นวุฒิภาวะของบุคคลนั้นๆ ทั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไข พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งนี้ผ่านทางเว็บไซต์ wwwsenategoth ได้ต่อไปถึงวันที่ 18 สค จนครบกำหนด 15 วันในการรับฟังความคิดเห็น ส่วนกระแสข่าว สนชเตรียมถอนร่างแก้ไขกฎหมาย กกต หาก กกตชุดใหม่กับชุดเก่าสามารถตกลงเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้งได้นั้นไม่เป็นความจริง ขณะนี้ทุกอย่างยังเดินหน้าต่อไปตามขั้นตอน ยังเร็วเกินไปที่จะพูดว่าจะถอนหรือไม่ ขณะนี้เพิ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้นของการเสนอกฎหมาย คือการรับฟังความเห็นจากประชาชนเท่านั้น ยังมีหนทางและขั้นตอนอีกยาวไกลจากวิป สนชและที่ประชุม สนช จึงจะรู้ว่า จะดำเนินการสำเร็จหรือไม่ แต่ยืนยันได้ว่าการเสนอกฎหมายครั้งนี้ไม่มีเจตนาก้าวล่วงหรือแทรกแซงการทำงานขององค์กรอิสระ เป็นการทำหน้าที่ของ สนช เมื่อเห็นว่ากฎหมายใดมีข้อบกพร่องก็เสนอให้แก้ไข แต่จะแก้ไขสำเร็จหรือไม่เป็นเรื่องของอนาคต นายมหรรณพกล่าว ด้านแหล่งข่าวจาก สนชเปิดเผยว่า ขณะนี้สมาชิก สนชที่ร่วมกับนายมหรรณพเสนอแก้ไข พรปกกตดังกล่าว ได้รับการประสานจากวิป สนชบางรายให้ทบทวนการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของ สนชเพื่อป้องกันปัญหาระยะยาว เนื่องจากไม่ต้องการให้ร่าง พรบประกอบรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญลำดับรองลงมาจากรัฐธรรมนูญถูกแก้ไขได้ง่ายเหมือนกับกฎหมายทั่วไป นอกจากนี้หาก สนชในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติไปริเริ่มแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเสียเอง โดยที่องค์กรอิสระในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มแล้ว อาจเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ผิดในอนาคตได้ โดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎรจะอาศัยแนวทางที่ สนชทำไว้ ด้วยการให้ สสเข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญอย่างน้อย 1 ใน 10 ของสภา แก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ตราขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พศ2560 เช่นกฎหมายพรรคการเมืองเพื่อยกเลิกการทำไพรมารีโหวต หรือ พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งจะส่งผลเสียในระยะยาว แหล่งข่าวจาก สนชระบุ แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ทางออกของเรื่องนี้คือ หาก กกตชุดปัจจุบันตัดสินใจว่าจะไม่ลงนามรับรองผู้ที่ผ่านการสรรหาเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้ง โดยให้ กกตชุดใหม่ที่กำลังรอการโปรดเกล้าฯ มาทำการตรวจสอบรายชื่ออีกครั้ง วิป สนชจะแจ้งข้อมูลไปยังคณะ สนชที่ริเริ่มเสนอกฎหมายให้ทบทวนต่อไป ด้านว่าที่ พตสมบัติ วงศ์กำแหง อุปนายกฝ่ายบริหารและโฆษกสภาทนายความฯ กล่าวถึงเรื่องนี้ในประเด็นที่ สนชมีการแก้ไขโครงสร้างคณะกรรมการคัดเลือกในแต่ละจังหวัดยกเว้น กทม ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีประธานสภาทนายความจังหวัดจากเดิมที่เคยมี ว่ายังไม่เห็นร่างแก้ไข พรปกกตดังกล่าว ก็ไม่ทราบว่าร่างดังกล่าวออกมากี่วันแล้ว แต่ทราบว่ากระบวนการสรรหาเก่าจะมีประธานสภาทนายความจังหวัดอยู่ด้วย ก็ไม่ทราบเหตุผลในร่างแก้ไขดังกล่าว ทางสภาทนายความยังไม่ได้มีการหยิบยกเรื่องนี้มาพูดคุย ว่าที่ พตสมบัติกล่าวต่อว่า หากเป็นเช่นนั้นจริงคนที่ร่างกฎหมายต้องอธิบายเหตุผลให้ได้ว่า เหตุใดจึงตัดประธานสภาทนายความจังหวัดไป ซึ่งถือเป็นผู้ทรงคุณวุฒิมีความรู้ในกระบวนการกฎหมาย และเป็นเพียงกรรมการสรรหาคนหนึ่งเท่านั้น ถือเป็นบุคลากรที่เหมาะสมที่ควรจะมีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้ง การที่ได้เข้ามาช่วยเป็นกรรมการสรรหาจะทำให้ได้รู้และช่วยตรวจสอบคัดกรองจากบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านกฎหมาย การที่ถอดออกต้องมีเหตุผลที่อธิบายได้ชัดเจน เพราะการมีอยู่น่าจะมีประโยชน์มากกว่า ถามถึงว่าสภาทนายความจะทำหนังสือค้านหรือสอบถามเหตุผลไปหรือไม่ ว่าที่ พตสมบัติกล่าวว่าตอนนี้ยังไม่ได้คุยกัน หลังจากนี้จะต้องมีพูดคุยกันในกรรมการบริหารก่อน ขณะที่นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ให้ความเห็นกรณี กกตต้องการขอใช้มาตรา 44 แบ่งเขตเลือกตั้งว่า ขณะนี้เรื่องการกำหนดเขตเลือกตั้งนั้นเป็นปัญหา เนื่องจากไปผูกกันหมดทั้งเขตเลือกตั้ง เรื่องตัวแทนประจำจังหวัด เพราะหากไม่มีเขตเลือกตั้งจะเริ่มทำอะไรไม่ได้ และในการทำจะต้องให้ประชาชนหรือพรรคการเมืองให้ความเห็น แต่ถ้าให้ความเห็นจะกลายเป็นกิจกรรมทางการเมืองซึ่งจะขัดกับคำสั่ง คสช ดังนั้นหากไม่ใช้มาตรา 44 กกตจะไม่มีสิทธิ์ทำอะไรได้ ทั้งนี้ผู้รับฟังความเห็นในระดับจังหวัดคือผู้ตรวจการเลือกตั้ง ถ้าไม่มีตรงนี้ตรงนั้นก็ทำไม่ได้ เพราะ กกตส่วนกลางลงไปทำก็ไม่ได้ จึงเป็นเหตุให้ กกตต้องไปตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งขึ้นมาก่อนเพื่อรอดำเนินการเรื่องนี้ ดังนั้นจุดนี้อาจจะทำให้การเลือกตั้งมีปัญหายืดเยื้อออกไป ส่วนเรื่องการเสนอแก้ไข พรบว่าด้วย กกตในเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้ง เขาอาจคิดกันว่าเป็นเรื่องง่าย แต่ในความจริงนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะเป็นการแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แล้วที่พูดกันว่าไม่กระทบการเลือกตั้งนั้น จะไม่กระทบได้อย่างไรต้องกระทบแน่นอน กระทบโดยตรงและกระทบต่อผู้มีอำนาจอยู่ในขณะนี้คือพุ่งไปหา คสช ถึงได้บอกว่ามันจะเสียไม่คุ้มได้ เรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นผูกโยงกันไปหมด นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต สว กล่าวว่า ตามที่ สนช 36 คนเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม พรปกกตดังกล่าว โดยความในมาตรา 9 ดังกล่าวมีเนื้อความเป็นการแก้ไขกฎหมายเพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นการเจาะจงที่อาจขัดมาตรา 26 วรรคสอง และอาจเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 (1) ตามมาอีกด้วย เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 (1) เป็นบทบัญญัติที่ห้ามมิให้ สนชใช้สถานะไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติราชการ หรือการดำเนินงานในหน้าที่ประจำของข้าราชการ หากใครกระทำการฝ่าฝืนมาตรานี้ก็อาจถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ต้องพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 101 (7) นายเรืองไกรกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ความในร่างแก้ไขเพิ่มเติม พรปกกต (ฉบับที่) พศ มาตรา 9 ระบุไว้ว่า บรรดาการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการคัดเลือกและการแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง ซึ่งได้ดำเนินการอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ให้เป็นอันสิ้นผลไปนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้มีผลใช้บังคับ แต่รัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคสอง บัญญัติไว้ว่า กฎหมายตามวรรคหนึ่ง ต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป ไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่งหรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง ตามร่าง พรปกกต มาตรา 9 ที่จะใช้บังคับแก่กรณีผู้ตรวจการเลือกตั้งเป็นการเจาะจงนั้น จึงอาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคสอง และอาจมีลักษณะเข้าข่ายตามความในมาตรา 185 (1) ที่ กกตสามารถส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ดังนั้นจะไปยื่นหนังสือให้ กกตใช้อำนาจตามมาตรา 82 วรรคสี่ พิจารณาตรวจสอบเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป โดยจะไปยื่นหนังสือร้องด้วยตนเองที่สำนักงาน กกตวันที่ 14 สค

อ่าน(639) | แสดงความคิดเห็น(679) | ส่งต่อ(240) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

Jiufengyuan Longshi 2021-09-25

Cao Yibo Ji Xi ปิดท้ายด้วยวงการตุลาการ ที่ นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 เป็นหัวขบวนในการล่ารายชื่อยื่นถอดถอนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (กต) รายหนึ่งที่ถูกร้องพฤติการณ์ไม่เหมาะสม โดยล่าสุดนายสืบพงษ์ได้มีการส่งหนังสือถึงผู้พิพากษาเป็นรายบุคคล 1,921 ชุด โดยเชื่อว่าสัปดาห์หน้าจะมีจดหมายตอบกลับหนังสือนำส่งจากผู้ประสานงานและผู้พิพากษาทั้ง 1,921 คน ที่ได้มีการส่งหนังสือกลับมายังนายสืบพงษ์ เพื่อรวบรวมรายชื่อยื่นต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมในวันที่ 28 สคนี้ ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ต้องจับตาอย่าได้กะพริบว่าจะจบลงอย่างไร? ๐

แม่อย่าง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ท่านได้ทรงประทานคำขวัญวันแม่ไว้ตั้งแต่เมื่อช่วง 2 ปีที่แล้ว เป็นบทกลอนสั้นๆ เรียบๆ ง่ายๆ มีใจความว่า สอนให้ลูกทั้งหลายเดินสายกลาง-ทำทุกอย่างพอดีมีเหตุผล-ประกอบด้วยคุณธรรมนำทางตน-ย่อมได้คนดีพอต่อบ้านเมือง แต่ถ้านำมาใคร่ครวญ พิจารณา ซัก 10 เที่ยว 20 เที่ยว เป็นอย่างน้อย อะไรที่สั้นๆ เรียบๆ ง่ายๆ นี่แหละ ออกจะเป็นอะไรที่ลึกซึ้ง ซับซ้อน กว้างขวางและใหญ่โต แถมยังสอดคล้อง เหมาะสม กับความเป็นไปของยุคสมัย ชนิด อกาลิโก หรือไม่ขึ้นอยู่กับกาล สถานที่ เอาเลยก็ว่าได้

Lu Augong Ji Qiu 2021-09-25 10:20:40

ส่ง เจนรบ-สุภโชค ล่าตาข่าย กาตาร์ แมทช์เปิดเอเชียนเกมส์ 13 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 19:41 น

หลิวอี้ฟู 2021-09-25 10:20:40

มหรรณพ แฉเมกปั่นกระแสค้านแก้ พรปกกต ยอดพรวดหลักแสนที่แท้มาจากไอพีแอดเดรสเดียว ล้มกระดานผู้ตรวจการเลือกตั้ง สนชทำท่าไปต่อลำบากส่อถอย สะพัด! วิปล็อบบี้ขอให้ทบทวน หวั่นเข้าทาง สสอ้างเป็นบรรทัดฐานแก้ กมลูก รื้อคดีอาญานักการเมือง-เลิกไพรมารีโหวต พทไม่พลาดยื่นเอาผิด 36 สนชทำผิด รธน มีความเคลื่อนไหวของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) ต่อการแก้ไข พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ในเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้ง ที่มีกระแสคัดค้านไม่เห็นด้วยในวงกว้าง โดยเมื่อวันจันทร์ นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สนช กล่าวถึงกรณีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเรื่องการเสนอแก้ไข พรปดังกล่าว ที่มีประชาชนมากกว่า 1 แสนความเห็นแสดงความไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวว่า ได้ตรวจสอบโดยได้รับคำยืนยันจากฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภาแล้วว่า คะแนนไม่เห็นด้วยกว่า 1 แสนความเห็นที่ไม่สนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย กกตนั้น มาจากไอพีแอดเดรสเดียวกัน เป็นลักษณะการใช้เทคโนโลยีเข้ามาใช้ปั่นคะแนน ไม่ทราบว่าเป็นฝ่ายใดทำและมีเจตนาเพื่ออะไร แต่แสดงถึงความผิดปกติในการลงคะแนน นายมหรรณพกล่าวว่า การพิจารณาแก้ไข พรปกกตครั้งนี้ไม่ได้ยึดจำนวนคะแนนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเป็นเกณฑ์สำคัญ เพราะเป็นการดำเนินการตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ที่ให้ทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นจากประชาชนเมื่อมีการเสนอกฎหมายต่างๆ ดังนั้นจะดูจากความคิดเห็นของประชาชนเป็นหลักเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาต่อไป จำนวนคะแนนไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะไม่ใช่การทำประชามติที่ยึดเอาจำนวนคะแนนเป็นเกณฑ์ กรณีนี้เป็นการทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นของประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ใช่การนับจำนวนคะแนน ส่วนการแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำรุนแรง ไม่สุภาพ เราไม่ถือสา เป็นการสะท้อนให้เห็นวุฒิภาวะของบุคคลนั้นๆ ทั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไข พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งนี้ผ่านทางเว็บไซต์ wwwsenategoth ได้ต่อไปถึงวันที่ 18 สค จนครบกำหนด 15 วันในการรับฟังความคิดเห็น ส่วนกระแสข่าว สนชเตรียมถอนร่างแก้ไขกฎหมาย กกต หาก กกตชุดใหม่กับชุดเก่าสามารถตกลงเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้งได้นั้นไม่เป็นความจริง ขณะนี้ทุกอย่างยังเดินหน้าต่อไปตามขั้นตอน ยังเร็วเกินไปที่จะพูดว่าจะถอนหรือไม่ ขณะนี้เพิ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้นของการเสนอกฎหมาย คือการรับฟังความเห็นจากประชาชนเท่านั้น ยังมีหนทางและขั้นตอนอีกยาวไกลจากวิป สนชและที่ประชุม สนช จึงจะรู้ว่า จะดำเนินการสำเร็จหรือไม่ แต่ยืนยันได้ว่าการเสนอกฎหมายครั้งนี้ไม่มีเจตนาก้าวล่วงหรือแทรกแซงการทำงานขององค์กรอิสระ เป็นการทำหน้าที่ของ สนช เมื่อเห็นว่ากฎหมายใดมีข้อบกพร่องก็เสนอให้แก้ไข แต่จะแก้ไขสำเร็จหรือไม่เป็นเรื่องของอนาคต นายมหรรณพกล่าว ด้านแหล่งข่าวจาก สนชเปิดเผยว่า ขณะนี้สมาชิก สนชที่ร่วมกับนายมหรรณพเสนอแก้ไข พรปกกตดังกล่าว ได้รับการประสานจากวิป สนชบางรายให้ทบทวนการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของ สนชเพื่อป้องกันปัญหาระยะยาว เนื่องจากไม่ต้องการให้ร่าง พรบประกอบรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญลำดับรองลงมาจากรัฐธรรมนูญถูกแก้ไขได้ง่ายเหมือนกับกฎหมายทั่วไป นอกจากนี้หาก สนชในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติไปริเริ่มแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเสียเอง โดยที่องค์กรอิสระในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มแล้ว อาจเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ผิดในอนาคตได้ โดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎรจะอาศัยแนวทางที่ สนชทำไว้ ด้วยการให้ สสเข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญอย่างน้อย 1 ใน 10 ของสภา แก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ตราขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พศ2560 เช่นกฎหมายพรรคการเมืองเพื่อยกเลิกการทำไพรมารีโหวต หรือ พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งจะส่งผลเสียในระยะยาว แหล่งข่าวจาก สนชระบุ แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ทางออกของเรื่องนี้คือ หาก กกตชุดปัจจุบันตัดสินใจว่าจะไม่ลงนามรับรองผู้ที่ผ่านการสรรหาเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้ง โดยให้ กกตชุดใหม่ที่กำลังรอการโปรดเกล้าฯ มาทำการตรวจสอบรายชื่ออีกครั้ง วิป สนชจะแจ้งข้อมูลไปยังคณะ สนชที่ริเริ่มเสนอกฎหมายให้ทบทวนต่อไป ด้านว่าที่ พตสมบัติ วงศ์กำแหง อุปนายกฝ่ายบริหารและโฆษกสภาทนายความฯ กล่าวถึงเรื่องนี้ในประเด็นที่ สนชมีการแก้ไขโครงสร้างคณะกรรมการคัดเลือกในแต่ละจังหวัดยกเว้น กทม ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีประธานสภาทนายความจังหวัดจากเดิมที่เคยมี ว่ายังไม่เห็นร่างแก้ไข พรปกกตดังกล่าว ก็ไม่ทราบว่าร่างดังกล่าวออกมากี่วันแล้ว แต่ทราบว่ากระบวนการสรรหาเก่าจะมีประธานสภาทนายความจังหวัดอยู่ด้วย ก็ไม่ทราบเหตุผลในร่างแก้ไขดังกล่าว ทางสภาทนายความยังไม่ได้มีการหยิบยกเรื่องนี้มาพูดคุย ว่าที่ พตสมบัติกล่าวต่อว่า หากเป็นเช่นนั้นจริงคนที่ร่างกฎหมายต้องอธิบายเหตุผลให้ได้ว่า เหตุใดจึงตัดประธานสภาทนายความจังหวัดไป ซึ่งถือเป็นผู้ทรงคุณวุฒิมีความรู้ในกระบวนการกฎหมาย และเป็นเพียงกรรมการสรรหาคนหนึ่งเท่านั้น ถือเป็นบุคลากรที่เหมาะสมที่ควรจะมีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้ง การที่ได้เข้ามาช่วยเป็นกรรมการสรรหาจะทำให้ได้รู้และช่วยตรวจสอบคัดกรองจากบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านกฎหมาย การที่ถอดออกต้องมีเหตุผลที่อธิบายได้ชัดเจน เพราะการมีอยู่น่าจะมีประโยชน์มากกว่า ถามถึงว่าสภาทนายความจะทำหนังสือค้านหรือสอบถามเหตุผลไปหรือไม่ ว่าที่ พตสมบัติกล่าวว่าตอนนี้ยังไม่ได้คุยกัน หลังจากนี้จะต้องมีพูดคุยกันในกรรมการบริหารก่อน ขณะที่นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ให้ความเห็นกรณี กกตต้องการขอใช้มาตรา 44 แบ่งเขตเลือกตั้งว่า ขณะนี้เรื่องการกำหนดเขตเลือกตั้งนั้นเป็นปัญหา เนื่องจากไปผูกกันหมดทั้งเขตเลือกตั้ง เรื่องตัวแทนประจำจังหวัด เพราะหากไม่มีเขตเลือกตั้งจะเริ่มทำอะไรไม่ได้ และในการทำจะต้องให้ประชาชนหรือพรรคการเมืองให้ความเห็น แต่ถ้าให้ความเห็นจะกลายเป็นกิจกรรมทางการเมืองซึ่งจะขัดกับคำสั่ง คสช ดังนั้นหากไม่ใช้มาตรา 44 กกตจะไม่มีสิทธิ์ทำอะไรได้ ทั้งนี้ผู้รับฟังความเห็นในระดับจังหวัดคือผู้ตรวจการเลือกตั้ง ถ้าไม่มีตรงนี้ตรงนั้นก็ทำไม่ได้ เพราะ กกตส่วนกลางลงไปทำก็ไม่ได้ จึงเป็นเหตุให้ กกตต้องไปตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งขึ้นมาก่อนเพื่อรอดำเนินการเรื่องนี้ ดังนั้นจุดนี้อาจจะทำให้การเลือกตั้งมีปัญหายืดเยื้อออกไป ส่วนเรื่องการเสนอแก้ไข พรบว่าด้วย กกตในเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้ง เขาอาจคิดกันว่าเป็นเรื่องง่าย แต่ในความจริงนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะเป็นการแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แล้วที่พูดกันว่าไม่กระทบการเลือกตั้งนั้น จะไม่กระทบได้อย่างไรต้องกระทบแน่นอน กระทบโดยตรงและกระทบต่อผู้มีอำนาจอยู่ในขณะนี้คือพุ่งไปหา คสช ถึงได้บอกว่ามันจะเสียไม่คุ้มได้ เรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นผูกโยงกันไปหมด นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต สว กล่าวว่า ตามที่ สนช 36 คนเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม พรปกกตดังกล่าว โดยความในมาตรา 9 ดังกล่าวมีเนื้อความเป็นการแก้ไขกฎหมายเพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นการเจาะจงที่อาจขัดมาตรา 26 วรรคสอง และอาจเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 (1) ตามมาอีกด้วย เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 (1) เป็นบทบัญญัติที่ห้ามมิให้ สนชใช้สถานะไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติราชการ หรือการดำเนินงานในหน้าที่ประจำของข้าราชการ หากใครกระทำการฝ่าฝืนมาตรานี้ก็อาจถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ต้องพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 101 (7) นายเรืองไกรกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ความในร่างแก้ไขเพิ่มเติม พรปกกต (ฉบับที่) พศ มาตรา 9 ระบุไว้ว่า บรรดาการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการคัดเลือกและการแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง ซึ่งได้ดำเนินการอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ให้เป็นอันสิ้นผลไปนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้มีผลใช้บังคับ แต่รัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคสอง บัญญัติไว้ว่า กฎหมายตามวรรคหนึ่ง ต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป ไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่งหรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง ตามร่าง พรปกกต มาตรา 9 ที่จะใช้บังคับแก่กรณีผู้ตรวจการเลือกตั้งเป็นการเจาะจงนั้น จึงอาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคสอง และอาจมีลักษณะเข้าข่ายตามความในมาตรา 185 (1) ที่ กกตสามารถส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ดังนั้นจะไปยื่นหนังสือให้ กกตใช้อำนาจตามมาตรา 82 วรรคสี่ พิจารณาตรวจสอบเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป โดยจะไปยื่นหนังสือร้องด้วยตนเองที่สำนักงาน กกตวันที่ 14 สค, และด้วยความเชื่อที่ว่า แม่โพสพเป็นผู้หญิงตกใจและเสียขวัญง่าย มักทำพิธีรับขวัญทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับต้นข้าว ทั้งช่วงตั้งท้อง เก็บเกี่ยว และนำข้าวเก็บขึ้นยุ้ง ชาวนาเชื่อว่าถ้าแม่โพสพพึงพอใจแล้ว ข้าวในนาจะอุดมสมบูรณ์ ไม่มีแมลงรบกวน รวมถึงเป็นขวัญกำลังใจชาวนาได้ดี ที่น่าสนใจของประกอบในพิธีตามความเชื่อ พระแม่โพสพเป็นหญิง อยากทานอาหารเหมือนคนท้อง เช่น ผลไม้รสเปรี้ยว มะยม มะเฟือง รวมทั้งรักสวยรักงาม จึงมีเครื่องแต่งกาย เช่น สไบ สร้อยทอง หวีกระจก แป้งจันทร์ น้ำมันหอม เชื่อว่า การรับขวัญข้าวแบบไทย คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้ แวะเวียนมาชมและทำความรู้จักประเพณีคู่วิถีชาวนาไทยได้。 แม้ละครทุกฉากจะถูกเซตเอาไว้อย่างดี แต่ก็ยังมีเงื่อนไขสำคัญที่ผู้สนับสนุนต้องการเรียกร้องจาก。

จีกับ 2021-09-25 10:20:40

แม้วหวังมาเป่าคดีโกง มาร์คหวั่นประกาศสงคราม ความรุนแรงจะซ้ำรอยเดิม 14 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 00:01 น ไก่อู ยันรัฐบาลไม่รู้สึกอะไรที่ ทักษิณ ประกาศสงคราม ส่วน มาร์ค แฉเหตุต้องปลุกขวัญสาวก เพราะหวังกลับมาครองอำนาจเพื่อเป่าคดีและทวงเงินคืน เตือนรัฐระวังยุคมิคสัญญีหวนกลับมา เต้น แถเรื่องนายใหญ่ อ้างฝ่ายตรงข้ามยังก้าวข้ามไม่พ้น แสดงถึงนายเหลี่ยมยังมีพลัง สุริยะใส ชี้การเมืองเริ่มย่ำกับที่เอา-ไม่เอา แม้ว ปฏิรูปถูกหลงลืม สามมิตรแอ่นอกทำตามกรอบกฎหมาย ปชปแนะปลดล็อกลดเหลื่อมล้ำ เมื่อวันจันทร์ พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาประกาศไม่ยอมแพ้พร้อมระบุสงครามประชาธิปไตยยังไม่จบว่า ขอไม่วิพากษ์วิจารณ์เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่กว่า เอาเป็นว่าเรื่องนี้สังคมคงจะพิจารณาได้ และรัฐบาลก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชปและอดีตนายกฯ กล่าวในรายการต้องถาม ถึงความเคลื่อนไหวของนายทักษิณที่ประกาศทำสงครามว่า เป็นปฏิกิริยาที่ขณะนี้พรรคของนายทักษิณกำลังเผชิญกับปัญหาเรื่องการดูด และมีคนตั้งข้อสงสัยว่ายังสู้อยู่หรือไม่ จึงพยายามปลุกขวัญกำลังใจ แสดงตนว่าเป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพราะพื้นฐานพรรคเพื่อไทยยังมีความได้เปรียบอยู่ แต่หากประชาชนที่สนับสนุนเกิดความรู้สึกว่ายังสู้อยู่หรือไม่ อดีต สสแปรพักตร์เปลี่ยนไปก็อาจเกิดความไม่มั่นใจได้ และคงประเมินยากว่าคะแนนเสียงจะเป็นอย่างไร เพราะหากมีอดีต สสหรือผู้อุปถัมภ์ออกไปก็ต้องกระทบคะแนนเสียงไม่น้อย การปลุกขวัญกำลังใจจึงไม่ใช่เรื่องแปลก เป็นไปได้ยากที่นายทักษิณจะยอม เพราะยังมีผลประโยชน์อยู่มากกับการที่ฝ่ายของตัวเองจะอยู่ในอำนาจ รวมทั้งเรื่องคดีความ การนิรโทษกรรม และเอาทรัพย์สินที่ถูกยึดไปคืนมา ซึ่งผมเป็นห่วง 2 ประเด็น คือ 1ความเชื่อที่ว่าที่ทำมาทั้งหมดเป็นประชาธิปไตย แต่วิธีการที่ดำเนินการเมืองที่ผ่านมา มีความไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่เคารพเสียงข้างน้อยและทุจริต 2ที่พูดถึงเรื่องศึกสงคราม ทำคนกังวลว่าความรุนแรงจะกลับมาอีกหรือไม่ ถ้ามองในกรอบของศึกสงครามน่าเป็นห่วง ดังนั้นผู้มีอำนาจและจัดให้มีการเลือกตั้งต้องระวัง ที่จะไม่ทำลายการวางรากฐานของประชาธิปไตย นายอภิสิทธิ์กล่าวนายอภิสิทธิ์ยังระบุว่า อีกด้านของพรรคการเมือง โดยเฉพาะเพื่อไทยได้เรียนรู้หรือยังที่ประเทศมาถึงจุดนี้ ตั้งแต่เดือน พค57 มีปรากฏการณ์หลายอย่างที่นักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องทำให้สถานการณ์มาถึงจุดนี้ ทั้งนี้เมื่อครั้งที่เกิดเหตุชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ก็พยายามทำไม่ให้เกิดความรุนแรง มีการนำกองกำลังติดอาวุธมาต่อสู้กับรัฐ เราไม่ได้ประเมินสถานการณ์ต่ำ แต่เป็นสถานการณ์ที่ประเมินยากมากเพราะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้นสถานการณ์ขณะนี้ถ้าประชาชนลองย้อนกลับไปกว่า 10 ปี ตัดสินใจว่าไม่เอาประเทศกลับไปอยู่ในภาวะแบบนั้นอีกแล้ว เลือกตั้งครั้งหน้าก็ต้องให้ได้รัฐบาลที่มาจากวิถีทางประชาธิปไตย และ สวก็ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน และรัฐบาลต้องไม่เอาบ้านเมืองไปอยู่ในภาวะเหมือนก่อนปี 2549 และปี 2557 ถ้าเรียนรู้แบบนี้ก็คงดี ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช) เฟซบุ๊กไลฟ์ถึงกรณีให้สัมภาษณ์ประชาไทระบุไม่จำเป็นที่พรรคเพื่อไทย (พท) จะต้องก้าวข้ามนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นผู้มีคุณูปการมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย ว่าสำนักข่าวอย่างไทยโพสต์เอาไปขยายความบอกว่าสารภาพ ว่าพรรคเพื่อไทยขาดทักษิณไม่ได้ ซึ่งไม่ได้เป็นการสารภาพอะไรหรอก เพราะไม่ใช่คดีความ เป็นเรื่องความคิดเห็นเต้นแถเรื่องนายใหญ่ ผมก็พูดตรงๆ ครับว่าเรื่องอะไรจะไปก้าวข้ามทักษิณ ก็ขนาดฝ่ายตรงข้ามยังก้าวไม่ข้ามเลย ยังวนเวียนกับนายกฯ ทักษิณมาตลอด แสดงให้เห็นว่าฝ่ายตรงข้ามก็มองว่าทักษิณยังมีพลัง นี่จึงเป็นความจำเป็นของพรรคเพื่อไทยซึ่งต้องมีทักษิณ เพียงแต่จะบริหารจัดการพลังตรงนี้อย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามแนวทางของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง นายณัฐวุฒิกล่าว นายณัฐวุฒิยังกล่าวถึงกรณีนายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต สสพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) ได้โพสต์ตั้งคำถามว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้พวกคุณขาดทักษิณไม่ได้นั้น จริงๆ ก็ไม่ได้สนใจจะไปต่อปากต่อคำ เพราะชกกับใครก็เลือกชก แต่อยากตอบว่าทักษิณมีอะไรที่ขาดไม่ได้ คือ 1แนวคิด 2นโยบาย และ 3วิสัยทัศน์ระดับโลก คือมีทุกอย่างที่ ปชปเอาชนะไม่ได้ เปลี่ยนมา 3 หัวหน้าพรรคแล้วเรียบร้อยทุกราย คนในแวดวงการเมืองมองกันออก ขณะที่นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงบรรยากาศของการเตรียมการเลือกตั้งของพรรคการเมืองว่า นอกเหนือจากการชิงไหวชิงพริบของพรรคเก่าและใหม่ การดูด สส การจัดขั้วจัดข้างแล้ว แต่ยังมีประเด็นที่น่าสนใจคือการช่วงชิงการกำหนดวาระในการเลือกตั้ง เพราะจะเป็นจุดชี้ขาดผลการเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้มีการตีคู่ขนานกันของ 2 กระแส โดยกระแสหนึ่งเป็นกระแสต่อเนื่องมาคือการปฏิรูปประเทศ ซึ่งเป็นกระแสใหญ่ในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ ทำให้พรรคการเมืองหน้าใหม่ รวมทั้งพรรคการเมืองเดิมหลายพรรคเริ่มส่งสัญญาณชู และพูดเรื่องการปฏิรูปประเทศขึ้นมาบ้าง โดยเฉพาะพรรคที่ก่อตัวขึ้นใหม่ แต่ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งคือ ความพยายามชูวาระเอาทักษิณหรือเอาทหารขึ้นมาตีคู่ขนาน ซึ่งมีหลายพรรคที่พยายามจะผลักดันให้เป็นวาระชี้ขาดในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ถ้าเราทบทวนและกลับไปดูการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2550 และในปี 2554 หรือแม้กระทั่งการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็จะพบว่าอยู่ในวาระเอาทักษิณหรือไม่เอาทักษิณ พูดง่ายๆ ประเด็นทักษิณกลายเป็นประเด็นชี้ขาดในการเลือกตั้ง แต่หลังรัฐประหาร 22 พค57 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) หลายฝ่ายคิดว่าวาระนี้น่าจะหายไปจากการเลือกตั้ง แต่ขณะนี้กลับพบว่าวาระทักษิณเริ่มกลับมาเป็นกระแสที่ต้องจับตาอีกครั้งหนึ่งหลังนายทักษิณประกาศทำสงครามประชาธิปไตย ทำให้การเลือกตั้งที่จะถึงนี้มีสภาพที่อาจไม่ต่างไปจากการเลือกตั้งทั่วไป 2-3 ครั้งที่ผ่านมา นั่นคือทำให้การเลือกตั้งกลายเป็นเดิมพันระหว่างเอาหรือไม่เอาทักษิณอีกครั้ง นายสุริยะใสกล่าวอีกว่า ถ้าการเลือกตั้งที่จะถึงยังเป็นวาระนี้อยู่ ก็อาจทำให้การเลือกตั้งไม่ตอบโจทย์การเมืองที่ล้มเหลว และไม่สามารถก้าวออกไปจากหลุมดำของความขัดแย้งแตกแยก จึงเป็นหน้าที่และโจทย์ของบรรดาพรรคการเมือง รวมทั้งประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันทำให้การเลือกตั้งฝ่าข้ามกระแสทักษิณไปสู่กระแสการปฏิรูปประเทศที่แท้จริง ไม่เช่นนั้นการเลือกตั้งก็อาจยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการกอบกู้วิกฤตการณ์บ้านเมืองอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวังได้เลย สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรที่เดินสายรับฟังความเห็นประชาชน และล่าสุดนายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ระบุว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบไต่สวนข้อเท็จจริง ว่าจะเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่นั้น พลทสรรเสริญกล่าวว่า ทุกอย่างต้องว่าไปตามกฎหมาย เพราะทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นว่าใครทำผิดก็ว่าไปตามกฎหมายได้เลย ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลก็ไม่ได้ติดตามว่ากลุ่มสามมิตรไปทำอะไร แต่ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสชเคยย้ำเสมอว่ากฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ดังนั้นหากมีกฎกติการะบุว่าห้ามทำอะไร โดยพรรคการเมืองหรือโดยกลุ่มการเมืองก็ต้องห้ามทำ ซึ่งจะถูกหรือไม่ถูกก็ต้องไปดูหลักเกณฑ์ในข้อกฎหมาย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องเป็นผู้ดำเนินการ หาก กกตเห็นว่าไม่เหมาะก็ต้องไปดำเนินคดีสามมิตรลั่นไม่ผิดกฎหมาย นายดร งามธุระ ที่ปรึกษากฎหมายกลุ่มสามมิตรยืนยันว่า การดำเนินกิจกรรมของกลุ่มนั้นสามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบของกฎหมาย เพราะกลุ่มสามมิตรไม่ได้มีสภาพเป็นพรรคการเมืองตาม พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองปี 2560 การลงพื้นที่เป็นเพียงแต่ไปรับฟังปัญหาของชาวบ้าน แล้วเรามาหาทางช่วย ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี อีกทั้งการที่เราได้มาลงพื้นที่รับฟังปัญหาของผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทำให้ได้รับข้อมูลปัญหาที่แท้จริง และจะได้สะท้อนปัญหาไปถึงรัฐบาลให้แก้ไขความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ กลุ่มสามมิตรไม่เคยไปเสนอให้หรือสัญญาว่าจะให้ประโยชน์อื่นใดไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เป็นเพียงการไปพบปะพี่น้องประชาชน และสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลให้เกิดความปรองดองของคนในชาติ ทำให้คนไทยรักกัน ไม่แบ่งฝักฝ่าย จึงไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใด นายดรย้ำ นายดรระบุด้วยว่า การดำเนินกิจกรรมของกลุ่มสามมิตรไม่เป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง คสชที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน เพราะ พลทธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาคที่ 2 (กกลรสทภ2) เคยระบุว่าสถานการณ์ทางการเมืองในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเรื่องปกติที่นักการเมืองในพื้นที่ต้องพบปะกันทุกฝ่ายอยู่แล้ว เพราะทุกคนก็เป็นคนไทยด้วยกัน เป็นพี่เป็นน้องกัน มีความรักความสามัคคี อยากเห็นบ้านเมืองเดินหน้าไปได้ การไปพบปะพูดคุยกันก็เป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะไปกี่กลุ่มกี่คนก็ทำได้ทั้งนั้น เพราะไม่ได้ไปทำผิดกฎหมาย ไปเสริมสร้างให้คนรักกันชอบกัน สนับสนุนแนวทางการทำงานของรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ก็สามารถทำได้ ซึ่งตรงกับแนวทางการทำงานของกลุ่มสามมิตรที่มีเจตนาบริสุทธิ์ ในการไปลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ไม่ได้ไปเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไปสร้างความวุ่นวายแก่บ้านเมือง หากนายศุภชัยหรือ คสชมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมอย่างใดแล้ว กลุ่มสามมิตรพร้อมไปให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มสามมิตรได้ตลอดเวลา นายดรกล่าว นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีนี้ว่า กลุ่มสามมิตรยังไม่ใช่พรรคการเมืองก็อ้างได้ การไปฝ่าฝืนละเมิดข้อห้ามพรรคการเมืองจึงใช้กับเขาไม่ได้ แต่ทำไม กกตออกมาพูดเรื่องนี้ ทั้งที่จริงๆ เป็นเรื่องของ คสช ซึ่งอาจมองได้ว่าทำไม คสชไม่ทำอะไร จะส่งผลต่อความเป็นธรรมในการเลือกตั้ง และการเคลื่อนไหวกลุ่มสามมิตรใครก็มั่นใจว่าไปจบที่พรรคการเมืองอยู่แล้ว กกตจึงต้องออกมาเตือน คงต้องดูว่าการกระทำของกลุ่มสามมิตรจะถูกครอบงำจากคนนอกเหมือนนายทักษิณหรือไม่ ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการไม่ปลดล็อกให้ความเท่าเทียมกันของการทำกิจกรรม ซึ่งเคยเสนอว่าทำไมไม่กำหนดกิจกรรมที่ทำได้ จึงเกิดปัญหาว่าพรรคการเมืองที่ยังไม่ตั้งพรรคก็ไปทำกิจกรรมได้ โดยอ้างว่ายังไม่ใช่พรรคการเมือง แต่พรรคที่เป็นพรรคการเมืองแล้วกลายเป็นทำอะไรไม่ได้เลย นายอภิสิทธิ์กล่าว นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวเช่นกันว่า กกตตกเป็นหนังหน้าไฟ จะไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้ โดยต้องมองข้อกฎหมายเรื่องนี้เป็น 2 อย่าง สำหรับกฎหมายพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองที่ยังไม่เป็นพรรคการเมืองอาจไม่ผิด แต่ถ้าเป็นพรรคการเมืองคงมีปัญหา แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็มีปัญหา นั่นคือขัดคำสั่ง คสชที่ไม่ให้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองใดๆ เกิน 5 คน ในขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่า การไปทาบทามสมาชิกนั้นถือว่าไม่เป็นไร เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและตีความยาก จึงกลายเป็นว่า กกตเป็นหนังหน้าไฟไป ตกอยู่ในสภาวะที่อยู่ยาก ไม่ทำอะไรก็ไม่ได้ ทำก็อาจจะมีปัญหาได้แล้วยังอยู่ในช่วงท้ายที่กำลังจะหมดวาระ น่าเห็นใจ ถ้า กกตไม่ทำอะไรเลยปัญหาก็จะไหลไปที่ คสช ผมมองว่าเป็นการปรามมากกว่า แต่ถ้ายังฝืนทำกันต่อไปจะเป็นปัญหาทั้งองค์รวมในอนาคต ไม่เป็นผลดีแก่ทุกฝ่าย ดังนั้นอีกไม่กี่วันจะได้คลายล็อกกันแล้วเพื่อให้ไปต่อกันได้ ดังนั้นคิดว่าน่าจะเบาๆ ลงกันหน่อยก็ดีเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นกลายเป็นว่าอีกข้างทำได้ อีกข้างทำไม่ได้ มันจะลักลั่นกัน คงไม่ดีต่อทุกๆ คน รอให้เขาคลายล็อกแล้วทุกๆ คนดำเนินการกันไปอย่างเสมอกัน นายนิกรกล่าว จตุพร เตรียมเดินสาย วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปชกล่าวว่าอยู่ระหว่างหารือแกนนำ นปช เตรียมจะเดินทางไปเยี่ยมเยียนพี่น้องคนเสื้อแดงที่ยังถูกคุมขังในคดีชุมนุมทางการเมือง ตามเรือนจำในหลายจังหวัดภาคอีสานและภาคอื่นๆ เพื่อต้องการไปให้กำลังใจ เพราะติดคุกมาเข้าใจ เหมือนไปต่อลมหายใจให้เขา เป็นห่วงสภาพจิตใจ คนที่อยู่ข้างในกับข้างนอกมันคนละเรื่องกันเลย สำหรับช่วงเวลาที่จะเดินทางไปนั้นยังไม่กำหนดแน่ชัด แต่ก่อนไปจะแจ้งให้ คสชทราบ ยืนยันว่าไม่ใช่การเคลื่อนไหว ไม่มีนัยทางการเมือง ส่วนกรณีจาการ์ตาโพสต์ลงบทความวิจารณ์ว่ารัฐบาล พลอประยุทธ์ไม่เหมาะสมที่จะเป็นประธานอาเซียนนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นของผู้เขียน ส่วนจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่นั้น ไม่มีใครยืนยันหรือปฏิเสธได้ แต่เท่าที่ทราบขณะนี้ไม่มีแนวคิด ไม่มีการเคลื่อนไหวในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ออกมาต่อต้านไม่ให้ไทยเป็นประธานอาเซียน ซึ่งรัฐบาลควรพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยแสดงวิสัยทัศน์ของไทยอย่างชัดเจนว่าบทบาทของอาเซียนในอนาคตจะเป็นอย่างไร และรัฐบาลที่มาหลังการเลือกตั้งก็ควรจะแสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเช่นกัน เพราะจะต้องรับตำแหน่งประธานอาเซียนด้วย นายวัชระ เพชรทอง อดีต สสประชาธิปัตย์ ถามถึงความคืบหน้าคดีการล้มประชุมอาเซียนซัมมิตครั้งที่แล้วที่ จชลบุรี ว่าคดีอืดยิ่งกว่าเรือเกลือ ยังพายวนอยู่กับที่ไม่ได้ไปไหนเลย ทั้งที่ผ่านมาเกือบจะครบทศวรรษแล้ว ปีหน้าหากผู้นำอาเซียนถามถึงเรื่องนี้ พลอประยุทธ์หรือผู้เป็นนายกฯ จะตอบว่าอย่างไร นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิก พทกล่าวถึงกรณีนายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกฯ เชื่อว่า พลอประยุทธ์สามารถเป็นประธานอาเซียนได้โดยไร้ปัญหาว่า ระวังลูกศิษย์จะขาดความเชื่อถือและหมดศรัทธาที่ไปให้คำปรึกษาที่ผิดๆ เพราะถ้าการรัฐประหารไม่ใช่ประเด็น ทำไมโลกถึงล้อมประเทศไทย ซึ่งไม่ใช่วิธีการให้คำปรึกษาที่ถูกต้อง ระวังจะพากันลงเหว รทหญิง สุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิก พทกล่าวว่า ก่อนที่ พลอประยุทธ์จะไปทำหน้าที่ประธานอาเซียน ควรต้องลดเงื่อนไขที่จะทำให้โดนโลกประณามเสียก่อน โดยเฉพาะประเด็นการเบี้ยวเลือกตั้งหลายครั้งหลายหน ตลอดจนพฤติกรรมการละเมิดสิทธิมนุษยชนและความเป็นเผด็จการ ซึ่งวิธีเคลียร์ตัวเองที่ง่ายที่สุดคือ เลิกยื้อเลือกตั้งแล้วรีบปลดล็อกทางการเมืองทันที และต้องเปิดพื้นที่ให้สังคมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น, มหรรณพ แฉเมกปั่นกระแสค้านแก้ พรปกกต ยอดพรวดหลักแสนที่แท้มาจากไอพีแอดเดรสเดียว ล้มกระดานผู้ตรวจการเลือกตั้ง สนชทำท่าไปต่อลำบากส่อถอย สะพัด! วิปล็อบบี้ขอให้ทบทวน หวั่นเข้าทาง สสอ้างเป็นบรรทัดฐานแก้ กมลูก รื้อคดีอาญานักการเมือง-เลิกไพรมารีโหวต พทไม่พลาดยื่นเอาผิด 36 สนชทำผิด รธน มีความเคลื่อนไหวของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) ต่อการแก้ไข พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ในเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้ง ที่มีกระแสคัดค้านไม่เห็นด้วยในวงกว้าง โดยเมื่อวันจันทร์ นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สนช กล่าวถึงกรณีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเรื่องการเสนอแก้ไข พรปดังกล่าว ที่มีประชาชนมากกว่า 1 แสนความเห็นแสดงความไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวว่า ได้ตรวจสอบโดยได้รับคำยืนยันจากฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภาแล้วว่า คะแนนไม่เห็นด้วยกว่า 1 แสนความเห็นที่ไม่สนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย กกตนั้น มาจากไอพีแอดเดรสเดียวกัน เป็นลักษณะการใช้เทคโนโลยีเข้ามาใช้ปั่นคะแนน ไม่ทราบว่าเป็นฝ่ายใดทำและมีเจตนาเพื่ออะไร แต่แสดงถึงความผิดปกติในการลงคะแนน นายมหรรณพกล่าวว่า การพิจารณาแก้ไข พรปกกตครั้งนี้ไม่ได้ยึดจำนวนคะแนนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเป็นเกณฑ์สำคัญ เพราะเป็นการดำเนินการตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ที่ให้ทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นจากประชาชนเมื่อมีการเสนอกฎหมายต่างๆ ดังนั้นจะดูจากความคิดเห็นของประชาชนเป็นหลักเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาต่อไป จำนวนคะแนนไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะไม่ใช่การทำประชามติที่ยึดเอาจำนวนคะแนนเป็นเกณฑ์ กรณีนี้เป็นการทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นของประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ใช่การนับจำนวนคะแนน ส่วนการแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำรุนแรง ไม่สุภาพ เราไม่ถือสา เป็นการสะท้อนให้เห็นวุฒิภาวะของบุคคลนั้นๆ ทั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไข พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งนี้ผ่านทางเว็บไซต์ wwwsenategoth ได้ต่อไปถึงวันที่ 18 สค จนครบกำหนด 15 วันในการรับฟังความคิดเห็น ส่วนกระแสข่าว สนชเตรียมถอนร่างแก้ไขกฎหมาย กกต หาก กกตชุดใหม่กับชุดเก่าสามารถตกลงเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้งได้นั้นไม่เป็นความจริง ขณะนี้ทุกอย่างยังเดินหน้าต่อไปตามขั้นตอน ยังเร็วเกินไปที่จะพูดว่าจะถอนหรือไม่ ขณะนี้เพิ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้นของการเสนอกฎหมาย คือการรับฟังความเห็นจากประชาชนเท่านั้น ยังมีหนทางและขั้นตอนอีกยาวไกลจากวิป สนชและที่ประชุม สนช จึงจะรู้ว่า จะดำเนินการสำเร็จหรือไม่ แต่ยืนยันได้ว่าการเสนอกฎหมายครั้งนี้ไม่มีเจตนาก้าวล่วงหรือแทรกแซงการทำงานขององค์กรอิสระ เป็นการทำหน้าที่ของ สนช เมื่อเห็นว่ากฎหมายใดมีข้อบกพร่องก็เสนอให้แก้ไข แต่จะแก้ไขสำเร็จหรือไม่เป็นเรื่องของอนาคต นายมหรรณพกล่าว ด้านแหล่งข่าวจาก สนชเปิดเผยว่า ขณะนี้สมาชิก สนชที่ร่วมกับนายมหรรณพเสนอแก้ไข พรปกกตดังกล่าว ได้รับการประสานจากวิป สนชบางรายให้ทบทวนการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของ สนชเพื่อป้องกันปัญหาระยะยาว เนื่องจากไม่ต้องการให้ร่าง พรบประกอบรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญลำดับรองลงมาจากรัฐธรรมนูญถูกแก้ไขได้ง่ายเหมือนกับกฎหมายทั่วไป นอกจากนี้หาก สนชในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติไปริเริ่มแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเสียเอง โดยที่องค์กรอิสระในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มแล้ว อาจเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ผิดในอนาคตได้ โดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎรจะอาศัยแนวทางที่ สนชทำไว้ ด้วยการให้ สสเข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญอย่างน้อย 1 ใน 10 ของสภา แก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ตราขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พศ2560 เช่นกฎหมายพรรคการเมืองเพื่อยกเลิกการทำไพรมารีโหวต หรือ พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งจะส่งผลเสียในระยะยาว แหล่งข่าวจาก สนชระบุ แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ทางออกของเรื่องนี้คือ หาก กกตชุดปัจจุบันตัดสินใจว่าจะไม่ลงนามรับรองผู้ที่ผ่านการสรรหาเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้ง โดยให้ กกตชุดใหม่ที่กำลังรอการโปรดเกล้าฯ มาทำการตรวจสอบรายชื่ออีกครั้ง วิป สนชจะแจ้งข้อมูลไปยังคณะ สนชที่ริเริ่มเสนอกฎหมายให้ทบทวนต่อไป ด้านว่าที่ พตสมบัติ วงศ์กำแหง อุปนายกฝ่ายบริหารและโฆษกสภาทนายความฯ กล่าวถึงเรื่องนี้ในประเด็นที่ สนชมีการแก้ไขโครงสร้างคณะกรรมการคัดเลือกในแต่ละจังหวัดยกเว้น กทม ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีประธานสภาทนายความจังหวัดจากเดิมที่เคยมี ว่ายังไม่เห็นร่างแก้ไข พรปกกตดังกล่าว ก็ไม่ทราบว่าร่างดังกล่าวออกมากี่วันแล้ว แต่ทราบว่ากระบวนการสรรหาเก่าจะมีประธานสภาทนายความจังหวัดอยู่ด้วย ก็ไม่ทราบเหตุผลในร่างแก้ไขดังกล่าว ทางสภาทนายความยังไม่ได้มีการหยิบยกเรื่องนี้มาพูดคุย ว่าที่ พตสมบัติกล่าวต่อว่า หากเป็นเช่นนั้นจริงคนที่ร่างกฎหมายต้องอธิบายเหตุผลให้ได้ว่า เหตุใดจึงตัดประธานสภาทนายความจังหวัดไป ซึ่งถือเป็นผู้ทรงคุณวุฒิมีความรู้ในกระบวนการกฎหมาย และเป็นเพียงกรรมการสรรหาคนหนึ่งเท่านั้น ถือเป็นบุคลากรที่เหมาะสมที่ควรจะมีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้ง การที่ได้เข้ามาช่วยเป็นกรรมการสรรหาจะทำให้ได้รู้และช่วยตรวจสอบคัดกรองจากบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านกฎหมาย การที่ถอดออกต้องมีเหตุผลที่อธิบายได้ชัดเจน เพราะการมีอยู่น่าจะมีประโยชน์มากกว่า ถามถึงว่าสภาทนายความจะทำหนังสือค้านหรือสอบถามเหตุผลไปหรือไม่ ว่าที่ พตสมบัติกล่าวว่าตอนนี้ยังไม่ได้คุยกัน หลังจากนี้จะต้องมีพูดคุยกันในกรรมการบริหารก่อน ขณะที่นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ให้ความเห็นกรณี กกตต้องการขอใช้มาตรา 44 แบ่งเขตเลือกตั้งว่า ขณะนี้เรื่องการกำหนดเขตเลือกตั้งนั้นเป็นปัญหา เนื่องจากไปผูกกันหมดทั้งเขตเลือกตั้ง เรื่องตัวแทนประจำจังหวัด เพราะหากไม่มีเขตเลือกตั้งจะเริ่มทำอะไรไม่ได้ และในการทำจะต้องให้ประชาชนหรือพรรคการเมืองให้ความเห็น แต่ถ้าให้ความเห็นจะกลายเป็นกิจกรรมทางการเมืองซึ่งจะขัดกับคำสั่ง คสช ดังนั้นหากไม่ใช้มาตรา 44 กกตจะไม่มีสิทธิ์ทำอะไรได้ ทั้งนี้ผู้รับฟังความเห็นในระดับจังหวัดคือผู้ตรวจการเลือกตั้ง ถ้าไม่มีตรงนี้ตรงนั้นก็ทำไม่ได้ เพราะ กกตส่วนกลางลงไปทำก็ไม่ได้ จึงเป็นเหตุให้ กกตต้องไปตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งขึ้นมาก่อนเพื่อรอดำเนินการเรื่องนี้ ดังนั้นจุดนี้อาจจะทำให้การเลือกตั้งมีปัญหายืดเยื้อออกไป ส่วนเรื่องการเสนอแก้ไข พรบว่าด้วย กกตในเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้ง เขาอาจคิดกันว่าเป็นเรื่องง่าย แต่ในความจริงนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะเป็นการแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แล้วที่พูดกันว่าไม่กระทบการเลือกตั้งนั้น จะไม่กระทบได้อย่างไรต้องกระทบแน่นอน กระทบโดยตรงและกระทบต่อผู้มีอำนาจอยู่ในขณะนี้คือพุ่งไปหา คสช ถึงได้บอกว่ามันจะเสียไม่คุ้มได้ เรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นผูกโยงกันไปหมด นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต สว กล่าวว่า ตามที่ สนช 36 คนเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม พรปกกตดังกล่าว โดยความในมาตรา 9 ดังกล่าวมีเนื้อความเป็นการแก้ไขกฎหมายเพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นการเจาะจงที่อาจขัดมาตรา 26 วรรคสอง และอาจเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 (1) ตามมาอีกด้วย เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 (1) เป็นบทบัญญัติที่ห้ามมิให้ สนชใช้สถานะไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติราชการ หรือการดำเนินงานในหน้าที่ประจำของข้าราชการ หากใครกระทำการฝ่าฝืนมาตรานี้ก็อาจถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ต้องพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 101 (7) นายเรืองไกรกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ความในร่างแก้ไขเพิ่มเติม พรปกกต (ฉบับที่) พศ มาตรา 9 ระบุไว้ว่า บรรดาการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการคัดเลือกและการแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง ซึ่งได้ดำเนินการอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ให้เป็นอันสิ้นผลไปนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้มีผลใช้บังคับ แต่รัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคสอง บัญญัติไว้ว่า กฎหมายตามวรรคหนึ่ง ต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป ไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่งหรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง ตามร่าง พรปกกต มาตรา 9 ที่จะใช้บังคับแก่กรณีผู้ตรวจการเลือกตั้งเป็นการเจาะจงนั้น จึงอาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคสอง และอาจมีลักษณะเข้าข่ายตามความในมาตรา 185 (1) ที่ กกตสามารถส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ดังนั้นจะไปยื่นหนังสือให้ กกตใช้อำนาจตามมาตรา 82 วรรคสี่ พิจารณาตรวจสอบเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป โดยจะไปยื่นหนังสือร้องด้วยตนเองที่สำนักงาน กกตวันที่ 14 สค。เกาหลีใต้จำคุก 10 เดือน หญิงแอบถ่ายนายแบบเปลือย 13 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 21:23 น ศาลเกาหลีใต้ลงโทษจำคุก 10 เดือน หญิงคนหนึ่งที่แอบถ่ายภาพนายแบบเปลือยในชั้นเรียนวาดภาพ แล้วนำมาเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต สังคมกังขาตำรวจสองมาตรฐานทีเหยื่อเป็นชายคดีคืบไว。

สโนว์มูระแอปริคอท 2021-09-25 10:20:40

นายพุ่ม สาคร เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ในเดือนพฤษภาคม พศ2439 ไปถึงประเทศรัสเซียในปี พศ2441 ซึ่งทางจักรพรรดินิโคลัสที่ 2 ได้จัดขบวนนายทหารและคณะมารับที่ชายแดน โดยหัวหน้าเป็นนายพลนายทหารองครักษ์ของพระเจ้าซาร์เลยทีเดียว, มหรรณพ แฉเมกปั่นกระแสค้านแก้ พรปกกต ยอดพรวดหลักแสนที่แท้มาจากไอพีแอดเดรสเดียว ล้มกระดานผู้ตรวจการเลือกตั้ง สนชทำท่าไปต่อลำบากส่อถอย สะพัด! วิปล็อบบี้ขอให้ทบทวน หวั่นเข้าทาง สสอ้างเป็นบรรทัดฐานแก้ กมลูก รื้อคดีอาญานักการเมือง-เลิกไพรมารีโหวต พทไม่พลาดยื่นเอาผิด 36 สนชทำผิด รธน มีความเคลื่อนไหวของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) ต่อการแก้ไข พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ในเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้ง ที่มีกระแสคัดค้านไม่เห็นด้วยในวงกว้าง โดยเมื่อวันจันทร์ นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สนช กล่าวถึงกรณีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเรื่องการเสนอแก้ไข พรปดังกล่าว ที่มีประชาชนมากกว่า 1 แสนความเห็นแสดงความไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวว่า ได้ตรวจสอบโดยได้รับคำยืนยันจากฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภาแล้วว่า คะแนนไม่เห็นด้วยกว่า 1 แสนความเห็นที่ไม่สนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย กกตนั้น มาจากไอพีแอดเดรสเดียวกัน เป็นลักษณะการใช้เทคโนโลยีเข้ามาใช้ปั่นคะแนน ไม่ทราบว่าเป็นฝ่ายใดทำและมีเจตนาเพื่ออะไร แต่แสดงถึงความผิดปกติในการลงคะแนน นายมหรรณพกล่าวว่า การพิจารณาแก้ไข พรปกกตครั้งนี้ไม่ได้ยึดจำนวนคะแนนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเป็นเกณฑ์สำคัญ เพราะเป็นการดำเนินการตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ที่ให้ทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นจากประชาชนเมื่อมีการเสนอกฎหมายต่างๆ ดังนั้นจะดูจากความคิดเห็นของประชาชนเป็นหลักเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาต่อไป จำนวนคะแนนไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะไม่ใช่การทำประชามติที่ยึดเอาจำนวนคะแนนเป็นเกณฑ์ กรณีนี้เป็นการทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นของประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ใช่การนับจำนวนคะแนน ส่วนการแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำรุนแรง ไม่สุภาพ เราไม่ถือสา เป็นการสะท้อนให้เห็นวุฒิภาวะของบุคคลนั้นๆ ทั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไข พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งนี้ผ่านทางเว็บไซต์ wwwsenategoth ได้ต่อไปถึงวันที่ 18 สค จนครบกำหนด 15 วันในการรับฟังความคิดเห็น ส่วนกระแสข่าว สนชเตรียมถอนร่างแก้ไขกฎหมาย กกต หาก กกตชุดใหม่กับชุดเก่าสามารถตกลงเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้งได้นั้นไม่เป็นความจริง ขณะนี้ทุกอย่างยังเดินหน้าต่อไปตามขั้นตอน ยังเร็วเกินไปที่จะพูดว่าจะถอนหรือไม่ ขณะนี้เพิ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้นของการเสนอกฎหมาย คือการรับฟังความเห็นจากประชาชนเท่านั้น ยังมีหนทางและขั้นตอนอีกยาวไกลจากวิป สนชและที่ประชุม สนช จึงจะรู้ว่า จะดำเนินการสำเร็จหรือไม่ แต่ยืนยันได้ว่าการเสนอกฎหมายครั้งนี้ไม่มีเจตนาก้าวล่วงหรือแทรกแซงการทำงานขององค์กรอิสระ เป็นการทำหน้าที่ของ สนช เมื่อเห็นว่ากฎหมายใดมีข้อบกพร่องก็เสนอให้แก้ไข แต่จะแก้ไขสำเร็จหรือไม่เป็นเรื่องของอนาคต นายมหรรณพกล่าว ด้านแหล่งข่าวจาก สนชเปิดเผยว่า ขณะนี้สมาชิก สนชที่ร่วมกับนายมหรรณพเสนอแก้ไข พรปกกตดังกล่าว ได้รับการประสานจากวิป สนชบางรายให้ทบทวนการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของ สนชเพื่อป้องกันปัญหาระยะยาว เนื่องจากไม่ต้องการให้ร่าง พรบประกอบรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญลำดับรองลงมาจากรัฐธรรมนูญถูกแก้ไขได้ง่ายเหมือนกับกฎหมายทั่วไป นอกจากนี้หาก สนชในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติไปริเริ่มแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเสียเอง โดยที่องค์กรอิสระในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มแล้ว อาจเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ผิดในอนาคตได้ โดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎรจะอาศัยแนวทางที่ สนชทำไว้ ด้วยการให้ สสเข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญอย่างน้อย 1 ใน 10 ของสภา แก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ตราขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พศ2560 เช่นกฎหมายพรรคการเมืองเพื่อยกเลิกการทำไพรมารีโหวต หรือ พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งจะส่งผลเสียในระยะยาว แหล่งข่าวจาก สนชระบุ แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ทางออกของเรื่องนี้คือ หาก กกตชุดปัจจุบันตัดสินใจว่าจะไม่ลงนามรับรองผู้ที่ผ่านการสรรหาเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้ง โดยให้ กกตชุดใหม่ที่กำลังรอการโปรดเกล้าฯ มาทำการตรวจสอบรายชื่ออีกครั้ง วิป สนชจะแจ้งข้อมูลไปยังคณะ สนชที่ริเริ่มเสนอกฎหมายให้ทบทวนต่อไป ด้านว่าที่ พตสมบัติ วงศ์กำแหง อุปนายกฝ่ายบริหารและโฆษกสภาทนายความฯ กล่าวถึงเรื่องนี้ในประเด็นที่ สนชมีการแก้ไขโครงสร้างคณะกรรมการคัดเลือกในแต่ละจังหวัดยกเว้น กทม ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีประธานสภาทนายความจังหวัดจากเดิมที่เคยมี ว่ายังไม่เห็นร่างแก้ไข พรปกกตดังกล่าว ก็ไม่ทราบว่าร่างดังกล่าวออกมากี่วันแล้ว แต่ทราบว่ากระบวนการสรรหาเก่าจะมีประธานสภาทนายความจังหวัดอยู่ด้วย ก็ไม่ทราบเหตุผลในร่างแก้ไขดังกล่าว ทางสภาทนายความยังไม่ได้มีการหยิบยกเรื่องนี้มาพูดคุย ว่าที่ พตสมบัติกล่าวต่อว่า หากเป็นเช่นนั้นจริงคนที่ร่างกฎหมายต้องอธิบายเหตุผลให้ได้ว่า เหตุใดจึงตัดประธานสภาทนายความจังหวัดไป ซึ่งถือเป็นผู้ทรงคุณวุฒิมีความรู้ในกระบวนการกฎหมาย และเป็นเพียงกรรมการสรรหาคนหนึ่งเท่านั้น ถือเป็นบุคลากรที่เหมาะสมที่ควรจะมีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้ง การที่ได้เข้ามาช่วยเป็นกรรมการสรรหาจะทำให้ได้รู้และช่วยตรวจสอบคัดกรองจากบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านกฎหมาย การที่ถอดออกต้องมีเหตุผลที่อธิบายได้ชัดเจน เพราะการมีอยู่น่าจะมีประโยชน์มากกว่า ถามถึงว่าสภาทนายความจะทำหนังสือค้านหรือสอบถามเหตุผลไปหรือไม่ ว่าที่ พตสมบัติกล่าวว่าตอนนี้ยังไม่ได้คุยกัน หลังจากนี้จะต้องมีพูดคุยกันในกรรมการบริหารก่อน ขณะที่นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ให้ความเห็นกรณี กกตต้องการขอใช้มาตรา 44 แบ่งเขตเลือกตั้งว่า ขณะนี้เรื่องการกำหนดเขตเลือกตั้งนั้นเป็นปัญหา เนื่องจากไปผูกกันหมดทั้งเขตเลือกตั้ง เรื่องตัวแทนประจำจังหวัด เพราะหากไม่มีเขตเลือกตั้งจะเริ่มทำอะไรไม่ได้ และในการทำจะต้องให้ประชาชนหรือพรรคการเมืองให้ความเห็น แต่ถ้าให้ความเห็นจะกลายเป็นกิจกรรมทางการเมืองซึ่งจะขัดกับคำสั่ง คสช ดังนั้นหากไม่ใช้มาตรา 44 กกตจะไม่มีสิทธิ์ทำอะไรได้ ทั้งนี้ผู้รับฟังความเห็นในระดับจังหวัดคือผู้ตรวจการเลือกตั้ง ถ้าไม่มีตรงนี้ตรงนั้นก็ทำไม่ได้ เพราะ กกตส่วนกลางลงไปทำก็ไม่ได้ จึงเป็นเหตุให้ กกตต้องไปตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งขึ้นมาก่อนเพื่อรอดำเนินการเรื่องนี้ ดังนั้นจุดนี้อาจจะทำให้การเลือกตั้งมีปัญหายืดเยื้อออกไป ส่วนเรื่องการเสนอแก้ไข พรบว่าด้วย กกตในเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้ง เขาอาจคิดกันว่าเป็นเรื่องง่าย แต่ในความจริงนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะเป็นการแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แล้วที่พูดกันว่าไม่กระทบการเลือกตั้งนั้น จะไม่กระทบได้อย่างไรต้องกระทบแน่นอน กระทบโดยตรงและกระทบต่อผู้มีอำนาจอยู่ในขณะนี้คือพุ่งไปหา คสช ถึงได้บอกว่ามันจะเสียไม่คุ้มได้ เรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นผูกโยงกันไปหมด นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต สว กล่าวว่า ตามที่ สนช 36 คนเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม พรปกกตดังกล่าว โดยความในมาตรา 9 ดังกล่าวมีเนื้อความเป็นการแก้ไขกฎหมายเพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นการเจาะจงที่อาจขัดมาตรา 26 วรรคสอง และอาจเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 (1) ตามมาอีกด้วย เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 (1) เป็นบทบัญญัติที่ห้ามมิให้ สนชใช้สถานะไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติราชการ หรือการดำเนินงานในหน้าที่ประจำของข้าราชการ หากใครกระทำการฝ่าฝืนมาตรานี้ก็อาจถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ต้องพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 101 (7) นายเรืองไกรกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ความในร่างแก้ไขเพิ่มเติม พรปกกต (ฉบับที่) พศ มาตรา 9 ระบุไว้ว่า บรรดาการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการคัดเลือกและการแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง ซึ่งได้ดำเนินการอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ให้เป็นอันสิ้นผลไปนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้มีผลใช้บังคับ แต่รัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคสอง บัญญัติไว้ว่า กฎหมายตามวรรคหนึ่ง ต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป ไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่งหรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง ตามร่าง พรปกกต มาตรา 9 ที่จะใช้บังคับแก่กรณีผู้ตรวจการเลือกตั้งเป็นการเจาะจงนั้น จึงอาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคสอง และอาจมีลักษณะเข้าข่ายตามความในมาตรา 185 (1) ที่ กกตสามารถส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ดังนั้นจะไปยื่นหนังสือให้ กกตใช้อำนาจตามมาตรา 82 วรรคสี่ พิจารณาตรวจสอบเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป โดยจะไปยื่นหนังสือร้องด้วยตนเองที่สำนักงาน กกตวันที่ 14 สค。ขั้นตอนคัดเลือก ท่านทูตใช้วิธีเรียกตัวมาพิจารณาคนละ 4 วัน โดยท่านทูตพิจารณาเอง 2 วัน แล้วส่งไปให้เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ทรงพิจารณาอีก 2 วัน โดยมีพันโท ซีวีฮยูม และ ดร เอ็มเอฟยาร์ พระอภิบาลและแพทย์ประจำพระองค์ของเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธถวายคำปรึกษาแด่เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ด้วย หลังการพิจารณา ท่านทูตได้มีจดหมายกราบบังคมทูลไปยังพระเจ้าอยู่หัว ความว่า。

ลี ฮยอง 2021-09-25 10:20:40

แม้วหวังมาเป่าคดีโกง มาร์คหวั่นประกาศสงคราม ความรุนแรงจะซ้ำรอยเดิม 14 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 00:01 น ไก่อู ยันรัฐบาลไม่รู้สึกอะไรที่ ทักษิณ ประกาศสงคราม ส่วน มาร์ค แฉเหตุต้องปลุกขวัญสาวก เพราะหวังกลับมาครองอำนาจเพื่อเป่าคดีและทวงเงินคืน เตือนรัฐระวังยุคมิคสัญญีหวนกลับมา เต้น แถเรื่องนายใหญ่ อ้างฝ่ายตรงข้ามยังก้าวข้ามไม่พ้น แสดงถึงนายเหลี่ยมยังมีพลัง สุริยะใส ชี้การเมืองเริ่มย่ำกับที่เอา-ไม่เอา แม้ว ปฏิรูปถูกหลงลืม สามมิตรแอ่นอกทำตามกรอบกฎหมาย ปชปแนะปลดล็อกลดเหลื่อมล้ำ เมื่อวันจันทร์ พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาประกาศไม่ยอมแพ้พร้อมระบุสงครามประชาธิปไตยยังไม่จบว่า ขอไม่วิพากษ์วิจารณ์เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่กว่า เอาเป็นว่าเรื่องนี้สังคมคงจะพิจารณาได้ และรัฐบาลก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชปและอดีตนายกฯ กล่าวในรายการต้องถาม ถึงความเคลื่อนไหวของนายทักษิณที่ประกาศทำสงครามว่า เป็นปฏิกิริยาที่ขณะนี้พรรคของนายทักษิณกำลังเผชิญกับปัญหาเรื่องการดูด และมีคนตั้งข้อสงสัยว่ายังสู้อยู่หรือไม่ จึงพยายามปลุกขวัญกำลังใจ แสดงตนว่าเป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพราะพื้นฐานพรรคเพื่อไทยยังมีความได้เปรียบอยู่ แต่หากประชาชนที่สนับสนุนเกิดความรู้สึกว่ายังสู้อยู่หรือไม่ อดีต สสแปรพักตร์เปลี่ยนไปก็อาจเกิดความไม่มั่นใจได้ และคงประเมินยากว่าคะแนนเสียงจะเป็นอย่างไร เพราะหากมีอดีต สสหรือผู้อุปถัมภ์ออกไปก็ต้องกระทบคะแนนเสียงไม่น้อย การปลุกขวัญกำลังใจจึงไม่ใช่เรื่องแปลก เป็นไปได้ยากที่นายทักษิณจะยอม เพราะยังมีผลประโยชน์อยู่มากกับการที่ฝ่ายของตัวเองจะอยู่ในอำนาจ รวมทั้งเรื่องคดีความ การนิรโทษกรรม และเอาทรัพย์สินที่ถูกยึดไปคืนมา ซึ่งผมเป็นห่วง 2 ประเด็น คือ 1ความเชื่อที่ว่าที่ทำมาทั้งหมดเป็นประชาธิปไตย แต่วิธีการที่ดำเนินการเมืองที่ผ่านมา มีความไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่เคารพเสียงข้างน้อยและทุจริต 2ที่พูดถึงเรื่องศึกสงคราม ทำคนกังวลว่าความรุนแรงจะกลับมาอีกหรือไม่ ถ้ามองในกรอบของศึกสงครามน่าเป็นห่วง ดังนั้นผู้มีอำนาจและจัดให้มีการเลือกตั้งต้องระวัง ที่จะไม่ทำลายการวางรากฐานของประชาธิปไตย นายอภิสิทธิ์กล่าวนายอภิสิทธิ์ยังระบุว่า อีกด้านของพรรคการเมือง โดยเฉพาะเพื่อไทยได้เรียนรู้หรือยังที่ประเทศมาถึงจุดนี้ ตั้งแต่เดือน พค57 มีปรากฏการณ์หลายอย่างที่นักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องทำให้สถานการณ์มาถึงจุดนี้ ทั้งนี้เมื่อครั้งที่เกิดเหตุชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ก็พยายามทำไม่ให้เกิดความรุนแรง มีการนำกองกำลังติดอาวุธมาต่อสู้กับรัฐ เราไม่ได้ประเมินสถานการณ์ต่ำ แต่เป็นสถานการณ์ที่ประเมินยากมากเพราะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้นสถานการณ์ขณะนี้ถ้าประชาชนลองย้อนกลับไปกว่า 10 ปี ตัดสินใจว่าไม่เอาประเทศกลับไปอยู่ในภาวะแบบนั้นอีกแล้ว เลือกตั้งครั้งหน้าก็ต้องให้ได้รัฐบาลที่มาจากวิถีทางประชาธิปไตย และ สวก็ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน และรัฐบาลต้องไม่เอาบ้านเมืองไปอยู่ในภาวะเหมือนก่อนปี 2549 และปี 2557 ถ้าเรียนรู้แบบนี้ก็คงดี ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช) เฟซบุ๊กไลฟ์ถึงกรณีให้สัมภาษณ์ประชาไทระบุไม่จำเป็นที่พรรคเพื่อไทย (พท) จะต้องก้าวข้ามนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นผู้มีคุณูปการมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย ว่าสำนักข่าวอย่างไทยโพสต์เอาไปขยายความบอกว่าสารภาพ ว่าพรรคเพื่อไทยขาดทักษิณไม่ได้ ซึ่งไม่ได้เป็นการสารภาพอะไรหรอก เพราะไม่ใช่คดีความ เป็นเรื่องความคิดเห็นเต้นแถเรื่องนายใหญ่ ผมก็พูดตรงๆ ครับว่าเรื่องอะไรจะไปก้าวข้ามทักษิณ ก็ขนาดฝ่ายตรงข้ามยังก้าวไม่ข้ามเลย ยังวนเวียนกับนายกฯ ทักษิณมาตลอด แสดงให้เห็นว่าฝ่ายตรงข้ามก็มองว่าทักษิณยังมีพลัง นี่จึงเป็นความจำเป็นของพรรคเพื่อไทยซึ่งต้องมีทักษิณ เพียงแต่จะบริหารจัดการพลังตรงนี้อย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามแนวทางของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง นายณัฐวุฒิกล่าว นายณัฐวุฒิยังกล่าวถึงกรณีนายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต สสพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) ได้โพสต์ตั้งคำถามว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้พวกคุณขาดทักษิณไม่ได้นั้น จริงๆ ก็ไม่ได้สนใจจะไปต่อปากต่อคำ เพราะชกกับใครก็เลือกชก แต่อยากตอบว่าทักษิณมีอะไรที่ขาดไม่ได้ คือ 1แนวคิด 2นโยบาย และ 3วิสัยทัศน์ระดับโลก คือมีทุกอย่างที่ ปชปเอาชนะไม่ได้ เปลี่ยนมา 3 หัวหน้าพรรคแล้วเรียบร้อยทุกราย คนในแวดวงการเมืองมองกันออก ขณะที่นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงบรรยากาศของการเตรียมการเลือกตั้งของพรรคการเมืองว่า นอกเหนือจากการชิงไหวชิงพริบของพรรคเก่าและใหม่ การดูด สส การจัดขั้วจัดข้างแล้ว แต่ยังมีประเด็นที่น่าสนใจคือการช่วงชิงการกำหนดวาระในการเลือกตั้ง เพราะจะเป็นจุดชี้ขาดผลการเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้มีการตีคู่ขนานกันของ 2 กระแส โดยกระแสหนึ่งเป็นกระแสต่อเนื่องมาคือการปฏิรูปประเทศ ซึ่งเป็นกระแสใหญ่ในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ ทำให้พรรคการเมืองหน้าใหม่ รวมทั้งพรรคการเมืองเดิมหลายพรรคเริ่มส่งสัญญาณชู และพูดเรื่องการปฏิรูปประเทศขึ้นมาบ้าง โดยเฉพาะพรรคที่ก่อตัวขึ้นใหม่ แต่ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งคือ ความพยายามชูวาระเอาทักษิณหรือเอาทหารขึ้นมาตีคู่ขนาน ซึ่งมีหลายพรรคที่พยายามจะผลักดันให้เป็นวาระชี้ขาดในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ถ้าเราทบทวนและกลับไปดูการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2550 และในปี 2554 หรือแม้กระทั่งการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็จะพบว่าอยู่ในวาระเอาทักษิณหรือไม่เอาทักษิณ พูดง่ายๆ ประเด็นทักษิณกลายเป็นประเด็นชี้ขาดในการเลือกตั้ง แต่หลังรัฐประหาร 22 พค57 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) หลายฝ่ายคิดว่าวาระนี้น่าจะหายไปจากการเลือกตั้ง แต่ขณะนี้กลับพบว่าวาระทักษิณเริ่มกลับมาเป็นกระแสที่ต้องจับตาอีกครั้งหนึ่งหลังนายทักษิณประกาศทำสงครามประชาธิปไตย ทำให้การเลือกตั้งที่จะถึงนี้มีสภาพที่อาจไม่ต่างไปจากการเลือกตั้งทั่วไป 2-3 ครั้งที่ผ่านมา นั่นคือทำให้การเลือกตั้งกลายเป็นเดิมพันระหว่างเอาหรือไม่เอาทักษิณอีกครั้ง นายสุริยะใสกล่าวอีกว่า ถ้าการเลือกตั้งที่จะถึงยังเป็นวาระนี้อยู่ ก็อาจทำให้การเลือกตั้งไม่ตอบโจทย์การเมืองที่ล้มเหลว และไม่สามารถก้าวออกไปจากหลุมดำของความขัดแย้งแตกแยก จึงเป็นหน้าที่และโจทย์ของบรรดาพรรคการเมือง รวมทั้งประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันทำให้การเลือกตั้งฝ่าข้ามกระแสทักษิณไปสู่กระแสการปฏิรูปประเทศที่แท้จริง ไม่เช่นนั้นการเลือกตั้งก็อาจยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการกอบกู้วิกฤตการณ์บ้านเมืองอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวังได้เลย สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรที่เดินสายรับฟังความเห็นประชาชน และล่าสุดนายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ระบุว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบไต่สวนข้อเท็จจริง ว่าจะเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่นั้น พลทสรรเสริญกล่าวว่า ทุกอย่างต้องว่าไปตามกฎหมาย เพราะทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นว่าใครทำผิดก็ว่าไปตามกฎหมายได้เลย ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลก็ไม่ได้ติดตามว่ากลุ่มสามมิตรไปทำอะไร แต่ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสชเคยย้ำเสมอว่ากฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ดังนั้นหากมีกฎกติการะบุว่าห้ามทำอะไร โดยพรรคการเมืองหรือโดยกลุ่มการเมืองก็ต้องห้ามทำ ซึ่งจะถูกหรือไม่ถูกก็ต้องไปดูหลักเกณฑ์ในข้อกฎหมาย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องเป็นผู้ดำเนินการ หาก กกตเห็นว่าไม่เหมาะก็ต้องไปดำเนินคดีสามมิตรลั่นไม่ผิดกฎหมาย นายดร งามธุระ ที่ปรึกษากฎหมายกลุ่มสามมิตรยืนยันว่า การดำเนินกิจกรรมของกลุ่มนั้นสามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบของกฎหมาย เพราะกลุ่มสามมิตรไม่ได้มีสภาพเป็นพรรคการเมืองตาม พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองปี 2560 การลงพื้นที่เป็นเพียงแต่ไปรับฟังปัญหาของชาวบ้าน แล้วเรามาหาทางช่วย ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี อีกทั้งการที่เราได้มาลงพื้นที่รับฟังปัญหาของผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทำให้ได้รับข้อมูลปัญหาที่แท้จริง และจะได้สะท้อนปัญหาไปถึงรัฐบาลให้แก้ไขความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ กลุ่มสามมิตรไม่เคยไปเสนอให้หรือสัญญาว่าจะให้ประโยชน์อื่นใดไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เป็นเพียงการไปพบปะพี่น้องประชาชน และสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลให้เกิดความปรองดองของคนในชาติ ทำให้คนไทยรักกัน ไม่แบ่งฝักฝ่าย จึงไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใด นายดรย้ำ นายดรระบุด้วยว่า การดำเนินกิจกรรมของกลุ่มสามมิตรไม่เป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง คสชที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน เพราะ พลทธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาคที่ 2 (กกลรสทภ2) เคยระบุว่าสถานการณ์ทางการเมืองในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเรื่องปกติที่นักการเมืองในพื้นที่ต้องพบปะกันทุกฝ่ายอยู่แล้ว เพราะทุกคนก็เป็นคนไทยด้วยกัน เป็นพี่เป็นน้องกัน มีความรักความสามัคคี อยากเห็นบ้านเมืองเดินหน้าไปได้ การไปพบปะพูดคุยกันก็เป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะไปกี่กลุ่มกี่คนก็ทำได้ทั้งนั้น เพราะไม่ได้ไปทำผิดกฎหมาย ไปเสริมสร้างให้คนรักกันชอบกัน สนับสนุนแนวทางการทำงานของรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ก็สามารถทำได้ ซึ่งตรงกับแนวทางการทำงานของกลุ่มสามมิตรที่มีเจตนาบริสุทธิ์ ในการไปลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ไม่ได้ไปเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไปสร้างความวุ่นวายแก่บ้านเมือง หากนายศุภชัยหรือ คสชมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมอย่างใดแล้ว กลุ่มสามมิตรพร้อมไปให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มสามมิตรได้ตลอดเวลา นายดรกล่าว นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีนี้ว่า กลุ่มสามมิตรยังไม่ใช่พรรคการเมืองก็อ้างได้ การไปฝ่าฝืนละเมิดข้อห้ามพรรคการเมืองจึงใช้กับเขาไม่ได้ แต่ทำไม กกตออกมาพูดเรื่องนี้ ทั้งที่จริงๆ เป็นเรื่องของ คสช ซึ่งอาจมองได้ว่าทำไม คสชไม่ทำอะไร จะส่งผลต่อความเป็นธรรมในการเลือกตั้ง และการเคลื่อนไหวกลุ่มสามมิตรใครก็มั่นใจว่าไปจบที่พรรคการเมืองอยู่แล้ว กกตจึงต้องออกมาเตือน คงต้องดูว่าการกระทำของกลุ่มสามมิตรจะถูกครอบงำจากคนนอกเหมือนนายทักษิณหรือไม่ ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการไม่ปลดล็อกให้ความเท่าเทียมกันของการทำกิจกรรม ซึ่งเคยเสนอว่าทำไมไม่กำหนดกิจกรรมที่ทำได้ จึงเกิดปัญหาว่าพรรคการเมืองที่ยังไม่ตั้งพรรคก็ไปทำกิจกรรมได้ โดยอ้างว่ายังไม่ใช่พรรคการเมือง แต่พรรคที่เป็นพรรคการเมืองแล้วกลายเป็นทำอะไรไม่ได้เลย นายอภิสิทธิ์กล่าว นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวเช่นกันว่า กกตตกเป็นหนังหน้าไฟ จะไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้ โดยต้องมองข้อกฎหมายเรื่องนี้เป็น 2 อย่าง สำหรับกฎหมายพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองที่ยังไม่เป็นพรรคการเมืองอาจไม่ผิด แต่ถ้าเป็นพรรคการเมืองคงมีปัญหา แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็มีปัญหา นั่นคือขัดคำสั่ง คสชที่ไม่ให้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองใดๆ เกิน 5 คน ในขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่า การไปทาบทามสมาชิกนั้นถือว่าไม่เป็นไร เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและตีความยาก จึงกลายเป็นว่า กกตเป็นหนังหน้าไฟไป ตกอยู่ในสภาวะที่อยู่ยาก ไม่ทำอะไรก็ไม่ได้ ทำก็อาจจะมีปัญหาได้แล้วยังอยู่ในช่วงท้ายที่กำลังจะหมดวาระ น่าเห็นใจ ถ้า กกตไม่ทำอะไรเลยปัญหาก็จะไหลไปที่ คสช ผมมองว่าเป็นการปรามมากกว่า แต่ถ้ายังฝืนทำกันต่อไปจะเป็นปัญหาทั้งองค์รวมในอนาคต ไม่เป็นผลดีแก่ทุกฝ่าย ดังนั้นอีกไม่กี่วันจะได้คลายล็อกกันแล้วเพื่อให้ไปต่อกันได้ ดังนั้นคิดว่าน่าจะเบาๆ ลงกันหน่อยก็ดีเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นกลายเป็นว่าอีกข้างทำได้ อีกข้างทำไม่ได้ มันจะลักลั่นกัน คงไม่ดีต่อทุกๆ คน รอให้เขาคลายล็อกแล้วทุกๆ คนดำเนินการกันไปอย่างเสมอกัน นายนิกรกล่าว จตุพร เตรียมเดินสาย วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปชกล่าวว่าอยู่ระหว่างหารือแกนนำ นปช เตรียมจะเดินทางไปเยี่ยมเยียนพี่น้องคนเสื้อแดงที่ยังถูกคุมขังในคดีชุมนุมทางการเมือง ตามเรือนจำในหลายจังหวัดภาคอีสานและภาคอื่นๆ เพื่อต้องการไปให้กำลังใจ เพราะติดคุกมาเข้าใจ เหมือนไปต่อลมหายใจให้เขา เป็นห่วงสภาพจิตใจ คนที่อยู่ข้างในกับข้างนอกมันคนละเรื่องกันเลย สำหรับช่วงเวลาที่จะเดินทางไปนั้นยังไม่กำหนดแน่ชัด แต่ก่อนไปจะแจ้งให้ คสชทราบ ยืนยันว่าไม่ใช่การเคลื่อนไหว ไม่มีนัยทางการเมือง ส่วนกรณีจาการ์ตาโพสต์ลงบทความวิจารณ์ว่ารัฐบาล พลอประยุทธ์ไม่เหมาะสมที่จะเป็นประธานอาเซียนนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นของผู้เขียน ส่วนจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่นั้น ไม่มีใครยืนยันหรือปฏิเสธได้ แต่เท่าที่ทราบขณะนี้ไม่มีแนวคิด ไม่มีการเคลื่อนไหวในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ออกมาต่อต้านไม่ให้ไทยเป็นประธานอาเซียน ซึ่งรัฐบาลควรพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยแสดงวิสัยทัศน์ของไทยอย่างชัดเจนว่าบทบาทของอาเซียนในอนาคตจะเป็นอย่างไร และรัฐบาลที่มาหลังการเลือกตั้งก็ควรจะแสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเช่นกัน เพราะจะต้องรับตำแหน่งประธานอาเซียนด้วย นายวัชระ เพชรทอง อดีต สสประชาธิปัตย์ ถามถึงความคืบหน้าคดีการล้มประชุมอาเซียนซัมมิตครั้งที่แล้วที่ จชลบุรี ว่าคดีอืดยิ่งกว่าเรือเกลือ ยังพายวนอยู่กับที่ไม่ได้ไปไหนเลย ทั้งที่ผ่านมาเกือบจะครบทศวรรษแล้ว ปีหน้าหากผู้นำอาเซียนถามถึงเรื่องนี้ พลอประยุทธ์หรือผู้เป็นนายกฯ จะตอบว่าอย่างไร นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิก พทกล่าวถึงกรณีนายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกฯ เชื่อว่า พลอประยุทธ์สามารถเป็นประธานอาเซียนได้โดยไร้ปัญหาว่า ระวังลูกศิษย์จะขาดความเชื่อถือและหมดศรัทธาที่ไปให้คำปรึกษาที่ผิดๆ เพราะถ้าการรัฐประหารไม่ใช่ประเด็น ทำไมโลกถึงล้อมประเทศไทย ซึ่งไม่ใช่วิธีการให้คำปรึกษาที่ถูกต้อง ระวังจะพากันลงเหว รทหญิง สุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิก พทกล่าวว่า ก่อนที่ พลอประยุทธ์จะไปทำหน้าที่ประธานอาเซียน ควรต้องลดเงื่อนไขที่จะทำให้โดนโลกประณามเสียก่อน โดยเฉพาะประเด็นการเบี้ยวเลือกตั้งหลายครั้งหลายหน ตลอดจนพฤติกรรมการละเมิดสิทธิมนุษยชนและความเป็นเผด็จการ ซึ่งวิธีเคลียร์ตัวเองที่ง่ายที่สุดคือ เลิกยื้อเลือกตั้งแล้วรีบปลดล็อกทางการเมืองทันที และต้องเปิดพื้นที่ให้สังคมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น,นายพุ่มถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พศ2490 เมื่ออายุ 70 ปี ด้วยอาการหัวใจวาย ขณะที่พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์เสด็จไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ศพของนายพุ่มยังคงฝังอยู่ ณ สุสานใกล้บ้าน ของพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์。 อย่างไรก็ตาม สำนักเขตลาดพร้าวอยู่ใกล้ๆ แถวนั้นแท้ๆ เคยใส่ใจบ้างไหมว่า ทางลัดเยี่ยงนี้ควรหรือที่จะยังมีอยู่หุหุ อ้อเขาเสียภาษีรายได้หรือเปล่าหนอ??? เพราะใบเสร็จไม่เห็นให้เราสักใบเลยนะ。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

xoslot ฝาก ถอน1️⃣LOOK618| mafia88 เล่น ผ่าน เว็บ 1️⃣2021| เกมส์ ได้ เงิน ฟรี1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี ทํา เทิ ร์ น น้อย 1️⃣2021| slot168vip1️⃣LOOK618| pg slot ยิง ปลา1️⃣M98| bet สล็อต เครดิต ฟรี1️⃣M98| เครดิต ฟรี 100 ไม่ ต้อง ฝาก 2020 ล่าสุด 1️⃣2021| slotxo 009 1️⃣2021| โหลด เกมส์ สล็อต xo1️⃣LOOK618| ยิง ปลา ฝาก 1 บาท 1️⃣2021| scr888 สมัคร 1️⃣2021| vip123 ค่า สิ โนKeyword1️⃣M98| slotxo โจ๊ก เกอร์ 1️⃣2021| ป๊อก เด้ง สนุก & ได้ เงิน1️⃣M98| otp รับ เครดิต ฟรี 1️⃣2021| ทาง เข้า reddragon881️⃣LOOK618| slotxo ฟรี เครดิต1️⃣LOOK618| roma เกม1️⃣LOOK618| สล็อต pg ฝาก เงิน ท รู้ วอ ล เล็ ต 1️⃣2021| alpha881️⃣LOOK618| เว็บ บา 1️⃣2021| jokergame 991️⃣LOOK618| mafia999 พา รวย1️⃣M98| pg slot 888 asia 1️⃣2021| ยืนยัน เบอร์ รับ เครดิต ฟรี สล็อต 1️⃣2021| เครดิต ฟรี ยืนยัน บัตร ประชาชน1️⃣M98| สล็อต 999 th1️⃣M98| 10 รับ 100 ล่าสุด วอ เลท1️⃣M98| slotxo ฟรี เครดิต ไม่ ต้อง ฝาก 1️⃣2021| slotxo311 1️⃣2021| เครดิต สล็อต1️⃣LOOK618| joker123 แจก เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| ฝาก 20 ได้ 1201️⃣LOOK618| slot king771️⃣M98| 918kiss auto เครดิต ฟรี1️⃣M98| wm คา สิ โน1️⃣M98| แจก เครดิต ฟรี ยืนยัน เบอร์ 1️⃣2021| สล็อต เครดิต ฟรี ค่าย ใหม่1️⃣M98| เว็บไซต์ คา สิ โน 1️⃣2021| 918kiss แจก ฟรี1️⃣M98| zeus3681️⃣M98| live22slot auto1️⃣LOOK618| joker1691️⃣LOOK618| 100 รับ 100 jokerสล็อต ฝาก 20 บาท ได้ 100 ล่าสุด1️⃣M98| wing1688 ทาง เข้า 1️⃣2021| สมัคร รับ 1001️⃣LOOK618| ฝาก 5 บาท รับ 50 ล่าสุด1️⃣LOOK618| slot pg v91️⃣LOOK618| joker888net1️⃣M98| ufabet sa1️⃣M98| slot gucci 789 1️⃣2021| slot แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ก่อนn777 คา สิ โน 1️⃣2021| slotxo bonus 100 1️⃣2021| pg slot pg1️⃣LOOK618| sa sa game 16881️⃣M98| จี คลับ ฟรี เครดิต1️⃣LOOK618| แอด มิ น บา คา ร่า1️⃣LOOK618| บา ค่า ร่า ออนไลน์ ขั้น ต่ํา 5 บาท1️⃣LOOK618| slotxo apk ล่าสุด1️⃣LOOK618| สล็อต แจก อั่ ง เปา ฟรี ล่าสุด1️⃣M98| joker slot 6886 1️⃣2021| mafia มา ใหม่1️⃣LOOK618| 7slotvip 1️⃣2021| เล่น บา คา ร่า ออนไลน์ ผ่าน เว็บ1️⃣LOOK618| เกม ไว กิ้ ง ทดลอง เล่น1️⃣LOOK618| pg ฝาก ถอน true wallet 1️⃣2021| สมัคร ufa ฝาก ถอน ไม่มี ขั้น ต่ำ1️⃣LOOK618| slot ทีม1️⃣LOOK618| 550ww app download1️⃣M98| lagalaxy88 ติดต่อ1️⃣LOOK618| เครดิต ทดลอง เล่น ถอน ได้1️⃣LOOK618| เกม ออนไลน์ 9181️⃣LOOK618| slot168 club 1️⃣2021| http do123 918kiss com1️⃣LOOK618| 4ux slot1️⃣LOOK618| slot ทีม1️⃣LOOK618| pp ทดลอง เล่น1️⃣LOOK618| แจก เครดิต ทดลอง เล่น ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 1️⃣2021| joker slot demo 1️⃣2021| สล็อต xo ฝาก วอ ล เล็ ต1️⃣M98| rb88 คา สิ โน1️⃣M98| ฝาก 50 รับ 250 pg1️⃣M98| า ก 10 รับ 1001️⃣LOOK618| panda7771️⃣LOOK618| โหลด gold881️⃣LOOK618| 918kiss download 20201️⃣LOOK618| สมัคร สมาชิก asia9991️⃣M98| tot pokdeng 1️⃣2021| 918kiss download 20201️⃣LOOK618| รับ ปั่น บา คา ร่า ได้ เงิน จริง ไหม pantip1️⃣LOOK618| ufa slot 9991️⃣M98| ลิงค์ เข้า ufa xyzฝาก 1 บาท ฟรี 1001️⃣M98| ยืนยัน ข้อมูล รับ เครดิต ฟรี 1️⃣2021|